Thursday, April 30, 2026
Home Blog Page 8959
ถ้าองค์กรใดไม่มี CSR ด้านสิ่งแวดล้อมถือว่าเชย...คำพูดของนักการตลาดที่สะท้อนถึง เทรนด์องค์กรในยุคใหม่ที่ว่า หากคุณไม่มีกิจกรรมแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม ย่อมกลายเป็นองค์กรที่ไร้ความทันสมัย ขาดภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม และดูเหมือนว่าเรื่องพลังสีเขียวที่เคยมองเป็นเรื่องเล็กๆ วันนี้ได้มีพลังอย่างมหาศาล ซึ่งกลายเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นต่อองค์กรในทศวรรษใหม่ไปแล้ว สัญลักษณ์แนวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ปรากฏขึ้นในรูปแบบต่างๆ เช่น โลโก้ใบไม้ ซึ่งหลายๆแบรนด์สินค้าดีไซน์ขึ้นมาใหม่, การผลิตถุงผ้าเพื่อรณรงค์ลดภาระการใช้ถุงพลาสติกของหลายๆธุรกิจบริการ หรือแม้แต่การสื่อสารการประชาสัมพันธ์ผ่านรูปแบบของการ์ดเชิญ ที่นำเอาสีเขียวของต้นไม้ ใบไม้มาเป็นสื่อกลาง รวมทั้งการจัดอีเวนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีเห็นเกือบทุกเดือน ล้วนเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของรูปแบบ CSR (Corporate Social Responsibility) ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่มาแรงอย่างมาก “กรีน” กระแสที่สร้างกลยุทธ์ธุรกิจ แม้ในเรื่องของกลยุทธ์ CSR จะมีรูปแบบหลากหลายที่แต่ละองค์กรพยายามหยิบยกมาใช้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในโลกของธุรกิจยุคใหม่ คำว่า Green ดูจะหนักแน่นและมีน้ำหนักมากว่าประเด็นอื่นๆ...
นาทีนี้สำหรับบางธุรกิจตลาดกรุงเทพฯ เริ่มจะถึงทางตัน เติบโตช้าหรือหาช่องทางในรูปแบบเดิมๆ ยากเต็มที การเติบโตทางธุรกิจหากจะหวังพึ่งเฉพาะ Greater Bangkok หรือเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว เพราะบ่อน้ำหวานแหล่งใหม่ Upcountry กำลังบูมสุดขีด ความเคลื่อนไหวของธุรกิจสินค้าและบริการหลายประเภทปรากฏให้เห็นมากขึ้น ชนิดที่ต้องเรียกว่า “น่าจับตา” ปัจจัยที่เร่งเร้าให้ต่างจังหวัดทวีความสำคัญในแง่ของธุรกิจมากขึ้นนั้นที่เด่นชัดที่สุดคือ การขยายตัวของ “ธุรกิจค้าปลีก” โดยเฉพาะโมเดิร์นเทรด ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่ปูทางมาอย่างต่อเนื่องแม้จะโดนสกัดจากพ.ร.บ.ค้าปลีก แต่ก็ถือว่าเป็นสารกระตุ้นชั้นดี ต่อเนื่องด้วยการขับเคลื่อนของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทย เซ็นทรัลพัฒนาซึ่งเข็นโปรเจกต์สู่ต่างจังหวัดมากขึ้น โดยขณะนี้สาขาใหม่ 3 สาขาในต่างจังหวัด คือ พัทยา ชลบุรี และขอนแก่น กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่สยาม ฟิวเจอร์...
ในฝรั่งเศส ที่คนส่วนใหญ่ใช้เปอโยต์ แต่เบนซ์ของพระเอกอย่างนิโคลัส เคจ และเพื่อนกำลังขับหนีคู่แข่ง ที่กำลังพยายามหาเอกสารโบราณเพื่อถอดรหัส อักษรโบราณเพื่อไขไปสู่ขุมทรัพย์ Gold City ที่สหรัฐอเมริกา ฉากหนึ่งใน National Treasure –Book of Secrets ที่ชัดเจนกับ Product Placement ที่ดูแล้วไม่ค่อยตื่นเต้นกับเนื้อเรื่องใด แต่ให้ความรู้สึกไฮเทค เพราะมีจอภาพในตัวรถที่ส่งภาพจากกล้องด้านหลังของเบนซ์ ทำให้เห็นด้านหลังชัดไม่ถูกชนยับ และหนีรอดปลอดภัย และอีกไฮเทคหนึ่งต้องยกให้กับโมโตโรล่า ที่แทรกเข้าไปอยู่ในเรื่องได้ตลอดเวลา โชว์แม้กระทั่งเทคนิคการส่งภาพคมชัดของแผ่นไม้เก่าที่เต็มไปด้วยอักษรโบราณ ชัดแจ๋วจนแม่ของพระเอกสามารถถอดรหัสได้ และยังแอปเปิล คอมพิวเตอร์ปรากฏตัวเป็นระยะรวมทั้ง iPod ตัวโตสะดุดตาในฉาก และตอนจบของเรื่องไม่เพียงเบนซ์ที่เด่นมาตั้งแต่ต้นและกลางเรื่องเท่านั้น สุดท้ายพระเอกที่สุดต้องยกให้กับเฟอร์รารี่ สีแดงสุดเท่ที่กล้องแช่ภาพไว้ที่พวงกุญแจชัดแจ๋วที่พระรองถือในมือด้วยโลโก้เฟอร์รารี่ที่เด่นมาก และ Zoom Out...
จุดแข็งของหนังที่คนดูไม่มีรีโมตในมือคอยเปลี่ยนช่องทำให้หนังเมื่อขายสปอนเซอร์ด้วยข้อเสนอ Tie-in สินค้าในเนื้อเรื่องจึงมีรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่า “มณฑล อารายางกูร” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ส่วนกลยุทธ์การตลาด สายงานภาพยนตร์ อาร์เอส บอกว่านี่คือศิลปะที่เป็นแบบ Soft Sales มากที่สุดแล้ว และความได้เปรียบของหนังที่อาร์เอสเห็นโอกาสนี้ ทำให้อาร์เอสเดินกลยุทธ์นี้ ตามนโยบายของผู้บริหารที่บอกว่า ต่อไปนี้ค่ายอาร์เอสทำหนังไม่มีวันขาดทุน จากการนำการตลาดเข้ามาใช้อย่างครบวงจร โดยส่วนหนึ่งมาจาก Product Placement ในหนัง ความแตกต่างระหว่างสื่อในหนังกับ ทีวีนั้น “มณฑล” บอกว่า ในทีวีจะเน้นความถี่ให้คนจดจำแบรนด์ จำสินค้า แต่หนังไม่เน้นให้เห็นบ่อย เพราะธรรมชาติคนที่มาดูหนังจะสมาธิจดจ่ออยู่กับจอมากกว่าทีวีอยู่แล้ว แต่สปอนเซอร์หนังจะต้องทำ IMC เพื่อช่วยให้ Product Placement ไม่สูญเปล่า เช่น การจัดกิจกรรม Below...
ไม่เพียงสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่าง สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม หรือแม้แต่ไวท์เทนนิ่ง โทรศัพท์ กล้องดิจิตอล ที่เป็นขาประจำในกลยุทธ์ Product Placement ยังมีสินค้าบริการทางการเงิน ที่จับต้องได้ยาก ก็ต้องพึ่งพิงกลยุทธ์นี้ “การโฆษณาใช่ว่าจะใช้ทีวีซีแล้วจบ แต่หลักการตลาดคือทำอย่างไรให้คนสนใจ ลูกค้าติดกับแบรนด์ของเรา สร้าง Customer Engagement การทำให้เนียน เราต้องมีส่วนร่วมในไลฟ์สไตล์กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับเรามากกว่า” “สุภี พงษ์พานิช” ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณา และส่งเสริมการขาย ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกและยืนยันว่า Product Placement เป็นวิธีสร้าง Customer Engagement ที่ได้ผล และธนาคารไทยพาณิชย์ทำมานานแล้ว และจะเห็นมากขึ้นในปี 2008...

Beyond Tie-i

“Tie-in ไม่มีคำอธิบายชัดเจน ปัจจุบันเป็นแค่กิมมิกหรือช่องทางหนึ่งของแบรนด์เอ็กซ์พอเชอร์ โดยมีข้อกำหนดว่า ทำอย่างไรให้มีการเผยแพร่แบรนด์ออกไปให้ได้ตามวัตถุประสงค์ของลูกค้าหรือแบรนด์ที่ตั้งไว้”สุธิดา เสียมหาญ ผู้อำนวยการแบรนด์เอ็กซ์พีเรียนซ์ อินนิชิเอทีฟ มีเดีย (ไอเอ็ม) ให้คำจำกัดความของการไทร์อิน หรือโปรดักส์เพลสเมนต์ ไอเอ็มถือเป็นมีเดียเอเยนซี่รายแรกๆ ที่เริ่มต้นนำกลยุทธ์ไทร์อินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ให้กับลูกค้า โดยเริ่มต้นจากป้ายโฆษณาในรายการเกมโชว์ ทอล์กโชว์ การสปอนเซอร์สินค้าเข้าไปเป็นส่วนประกอบฉากหรือพร็อพ แบรนดิ้งเข้าไปในรูปของเสื้อผ้ารองเท้าในละครที่ลูกค้าอยากเห็นสินค้าของตนปรากฏอยู่ รวมทั้งเป็นรายแรกที่ใส่กรอบภาพสินค้าในช่วงเบรกละครพร้อมตัวอย่างตอนต่อไป จนกระทั่งทำให้นำสินค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งแทรกซึมอยู่ในเนื้อหาของรายการที่เรียกว่าโปรดักส์เพลสเมนต์และไทร์อิน แต่ ณ วันนี้ แม้จะมีการใช้การไทร์อินกันมากมายในสื่อทุกประเภท แต่ก็ไม่อาจตีมูลค่าเป็นเม็ดเงินโฆษณาได้ เพราะส่วนใหญ่ใช้ลักษณะการดีลเป็นแพ็กเกจ เช่น พ่วงไปกับการซื้อสปอตโฆษณา ไอเดียในการคิดไทร์อิน ส่วนใหญ่เริ่มจากเอเยนซี่หรือไม่ก็เจ้าของสินค้าเป็นคนกำหนดวัตถุประสงค์ จากนั้นครีเอทีฟของรายการจะนำมาสอดแทรกไว้ในรายการตามที่แบรนด์นั้นๆ ต้องการตามความเหมาะสมว่าจะทำให้สินค้าปรากฏต่อสายตาคนดูได้กลมกลืนแค่ไหนผ่ายรายการแต่ละรายการ “การนำเสนอควรจะเคารพในกระบวนการทำงานของครีเอทีฟรายการและทางเซ็นเซอร์ชิป ส่วนมูลค่าที่เกิดหรือการคิดค่าบริการจะอยู่ที่ความยากง่ายและกฎเกณฑ์ในการสร้างแบรนด์เอ็กซ์พอเชอร์ตรงนั้นว่าเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าจะวัดจริงๆ ก็ต้องวัดจากรายได้ของแต่ละรายการๆ ไป ราคาแต่ละรายการต่างกันมากหลักแสนหรือหลายแสน...
จังหวะกดรีโมตคอนโทรลทีวีในมือคลิกเดียว คือเสี้ยววินาทีที่สามารถทำให้ผู้ชมหายไปอย่างง่ายดาย นี่คือสิ่งท้าทายของรายการทีวีและสินค้าต่างๆ ตลอดจนเอเยนซี่โฆษณาที่จะทำอย่างไรให้สินค้าที่มาเป็นสปอนเซอร์อยู่ในสายตาของผู้ชมบ่อย และนานอย่างได้ผลที่สุด Product Placement กลายเป็นคำตอบของนักการตลาด ที่แม้จะเป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันมานานโดยเฉพาะในสื่อต่างประเทศ แต่ยุคนี้ในไทย ถือเป็นกระแสฮิตติดจออย่างยิ่ง ตั้งแต่รายการประเภทข่าว ละครยาว ละครซิทคอม เกมโชว์ หรือแม้แต่ภาพยนตร์ ต่างไม่หลุดเทรนด์ ด้วยการปรับตัวของเอเยนซี่โฆษณาหลายแห่ง โดย Initiative Media (IM) เป็นองค์กรหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการขายโฆษณารูปแบบ Product Placement ตั้งแต่ “วรรณี รัตนพล” บิ๊กบอสของ IM ที่ต้องศึกษาด้วยตัวเองบ่อยครั้งกับหนังเรื่อง “The Italian Job” ที่สามารถใช้กลยุทธ์ Product Placement รีแบรนด์รถยนต์มินิได้สำเร็จ ...
คำว่า “ตัดสินใจชั่วเสี้ยววินาที” อาจจะน้อยไปเสียสำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน หน่วยวัดเวลาของนักการตลาดในปัจจุบันนี้ เขาบริหารเวลากันถึงระดับ Nano Second กันเลยทีเดียว ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด และอดีตนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย อัพเดตเทรนด์ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นักการตลาดต้องเตรียมรับมือกันให้ดีในมุมของเวลาไว้อย่างน่าสนใจหลายประเด็น -เริ่มจาก นาโนเซ็กกันด์ เมื่อผู้บริโภคนับเวลาละเอียดขึ้น แนวโน้มของนักการตลาดยุคนี้จึงต้องเพิ่มความเร็วในการทำตลาดให้ถึงตัวผู้บริโภคเร็วขึ้น และพุ่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมายทันที - ต้องจูงใจด้วยเวลาที่ให้ผลเร็ว เช่น หน้าขาววิ้งใน 7 วัน -ย้อนอดีตสู่อนาคต จากสินค้าที่พัฒนาไปในรูปแบบต่างๆ และแปรรูปไปหลากหลาย แต่ผู้บริโภคยุคนี้กลับไม่นิยมสินค้าแปรรูปเท่าไรนัก กลายเป็นยุคสูงสุดคืนสู่สามัญ ชอบของทำสด ถ้ามีฉลากก็ต้องเข้าใจง่ายไม่ยุ่งยาก และมีส่วนประกอบสำคัญที่น่าเชื่อถือ แต่ต้องไม่ยุ่งยากในการปรุง -ยุคของคนร้อยปี ด้วยวิวัฒนาการด้านสุขภาพและการแพทย์ทำให้คนตายยากขึ้น...
ผศ.ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ เฮือกสุดท้ายของการสร้างแบรนด์สำหรับสินค้าที่มีงบจำกัดลงทุกทีตามภาวะเศรษฐกิจ ผศ.ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ มีวิธีสร้างแบรนด์ในแนวแบบพอเพียง พอประมาณ มาแนะนำ เธอเชื่อว่าเป็นเทรนด์ของกลยุทธ์ที่จะมาแรงในปีนี้ ด้วยองค์ประกอบของธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงไม่มั่นใจและยังต้องระวังตัว บวกกับความก้าวหน้าด้านไอทีที่เข้ามามีบทบาทในการสร้างแบรนด์มากขึ้น ดร.กฤตินี ให้ข้อแนะนำว่า การสร้างแบรนด์ยุคนี้ไม่ได้จบแค่การทำให้ผู้บริโภคมาเป็นลูกค้า แต่ต้องคิดต่อไปอีกว่าลูกค้าจะอยู่กับเรานานไหม ซึ่งกลายเป็นคำถามที่ทำให้นักการตลาดคิดหนัก บางรายคิดกันไม่จบ เพราะความคาดหวังของผู้บริโภคไม่สิ้นสุด “เมื่อก่อนเรามีโจทย์ที่ต้องทำให้เหนือความคาดหวังของลูกค้า พอถึงจุดที่ต้องการแล้วก็ตั้งความคาดหวังใหม่ต่อไปอีก ไม่รู้ว่าความหวังที่แท้จริงอยู่ตรงไหน แต่ยุคนี้ตรงกันข้าม เพียงแค่ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดีๆ ก็พอ” ยุคนี้จึงกลายเป็นยุคที่นักการตลาดต้องกลับมาหาจุดยืนบนพื้นฐานของแบรนด์แบบเรียบง่าย จุดที่ลูกค้ารู้สึกสมดุลพอดี กับแบรนด์ ก็สามารถเป็นกุญแจพาแบรนด์ไปสู่ความสำเร็จในยุคน้ำมันแพงได้ไม่ยาก...
เศรษฐกิจที่อัตราการเติบโตของจีดีพียังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 4-5% ในปี 2008 โดยมีปัจจัยลบทั้งราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลกที่ปั่นป่วน พ่วงกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมือง ไม่เพียงแต่เอเยนซี่โฆษณาต้องโหมหางาน ปรับตัวคิดงานให้ “โดน”ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีกลยุทธ์ที่น่าฟัง จาก “สรณ์ จงศรีจันทร์” ซีอีโอจากค่าย Dentsu Young & Rubicam จำกัด หรือ Y&R ประเทศไทย ที่บอกอย่างชัดเจนว่า “Speed” คือไม้เด็ดที่จะทำให้ชิงลูกค้ามาไว้ในมือได้ และนี่คือแนวโน้มที่ทำให้เกิด Virtual Office มากขึ้น Speed ในที่นี้ยังไม่ได้หมายถึงแค่ Speed ระดับธรรมดาเท่านั้น แต่ถึงขั้น High...