วันไหว้ครูที่ผ่านมา โรงเรียนพาณิชยการราชดำเนิน ไม่ได้มีเพียงงานพิธีไหว้ครูเท่านั้น หากแต่บรรดาเหล่านักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ ยังมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ “Healthy Style by Utaitip” ของน้ำยาอุทัยทิพย์ โดยมี “จีรวรรณ ปิ่นทอง” ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อุทัยทิพย์ เป็นแม่งาน เพื่อใช้เป็นกิจกรรมในการสร้างแบรนด์ อุทัยทิพย์ ที่มีอายุ 70 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เจาะลูกค้าวัยทีนโดยเฉพาะ คนรุ่นก่อนคงจะยังจำได้ดีถึงรสชาติความสดชื่น และกลิ่นหอมสมุนไพรของน้ำดื่มสีชมพูอ่อนที่หยดน้ำยาอุทัยทิพย์ลงไป ซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่มลูกค้าที่มีอายุคราวเดียวกับน้ำยาอุทัยทิพย์ คือรุ่นปู่ย่าตายาย และสืบทอดมาสู่คนอีกรุ่น แต่แล้วทั้งแบรนด์และเครื่องดื่มก็เงียบไปจนหลายคนนึกว่าหายไปแล้ว ทั้งนี้เพราะขาดการสร้างแบรนด์ (branding) อย่างจริงจัง จนเมื่อกระแสภายนอกเป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย หรือกระแส “retro” และที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นแฟชั่นการแต่งหน้าอมชมพูแบบธรรมชาติด้วยน้ำยาอุทัย ช่วยจุดประกายให้จีรวรรณเริ่มคิดถึงการใช้กระแสเป็นโอกาสสร้างแบรนด์ “อุทัยทิพย์”...
ออสเตรเลียมีสถานีโทรทัศน์ประเภทฟรีทีวีหลักๆ ห้าช่องด้วยกัน คือ ช่องเก้า (Nine Network), ช่องสิบ (Ten Network), ช่องเจ็ด (Seven Network), ABC และ SBS นอกจากนี้ ยังมีสถานีโทรทัศน์ชุมชน ซึ่งคล้ายๆ วิทยุชุมชน โดยจะของบประมาณสนับสนุนจากท้องถิ่น มีนายทุนคอยสนับสนุนบางส่วน รวมถึงรายได้จากโฆษณา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของสถานีส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพ รวมถึงพนักงานประจำที่ทำงานโดยได้เงินตอบแทนเพียงเล็กน้อย ปัจจุบันคนออสเตรเลีย 99% มีโทรทัศน์อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง, 65% มีอย่างต่ำสองเครื่อง และ 26% มีสามเครื่องขึ้นไป โดยคนออสเตรเลียใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์...
ในสหรัฐอเมริกา เรียกรายการสนทนาข่าว ว่า Infotainment หรือบางทีเรียกว่า Soft News เป็นธุรกิจการนำเสนอข่าวในรูปแบบใหม่ที่ดึงดูดคนดูและดึงดูดโฆษณา ด้วยการผสมผสานระหว่างการสื่อข่าวและความบันเทิงไว้ด้วยกัน รูปแบบของรายการ News talk คล้ายกับบ้านเรา คือ เป็นการหยิบยกประเด็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ที่เป็นประเด็นร้อน มาพูดถกเถียงกันเพื่อขยายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องจริงชีวิตจริงของผู้คน (Human Drama/ Human Interest) ซึ่งรวมถึงชีวิตของคนธรรมดาเดินดินไปจนชีวิตคนดังซิลิบริตี้ทั้งหลายด้วย ยิ่งเป็นเรื่องที่สามารถสร้างอารมณ์เข้าถึงให้กับคนดูได้จะยิ่งเป็นที่นิยม ซึ่งตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ดำเนินรายการด้วย นอกจากนี้ รายการรูปแบบนี้จะมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาออกความเห็น มาสัมภาษณ์ บางรายการมีการให้โทรศัพท์หรืออีเมลเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นแบบสดๆ ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่น่าสนใจของการดำเนินธุรกิจข่าว โดยเฉพาะข่าวทีวีของอเมริกาในยุคศตวรรษที่ 21 นี้ จากแนวโน้มที่บริษัทสื่อยักษ์ทั้งหลายในอเมริกาเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ด้วยการพยายามลดต้นทุน...
สังเวียนภาษากีฬา ไม่มีใครไม่รู้จัก “บิ๊กจ๊ะ” สาธิต กรีกุล พิธีกรคุยข่าวกีฬามีหนวด ซึ่งกลายเป็นโลโก้ประจำกายของเขา “ไม่เคยมีใครไว้หนวดอ่านข่าว” สาธิต พยายามบอกเล่าถึงบทบาทการเป็นพิธีกรข่าวมานาถึงสิบสามปีที่มีคนจดจำเขาได้ผ่านจอทีวี แม้ก่อหน้านี้เขาจะเป็นที่รู้จักในแวดวงกีฬาฟุตบอล ในฐานะนักพากย์ฟุตบอลฝีปากเอกก็ตาม บทบาทพิธีกรข่าวของสาธิตทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไป จากที่นั่งรายงานข่าวแบบเป็นทางการ อ่านตามสคริปต์ข่าว มาสู่การคุยข่าว สาธิตบอกว่า เริ่มปรับเปลี่ยนการนำเสนอข่าวแบบคุยข่าวมาประมาณปีกว่าแล้ว ตามนโยบายของช่อง 3 ที่ต้องการสร้างข่าวให้มีสาระแบบสนุกๆ เป็นกันเอง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดอีก คือ การแต่งตัวของพิธีกรจะเน้นความสบายๆ มากขึ้น เป็นชุดลำลอง มีเสื้อแจ็กเก็ตคลุม ไม่จำเป็นต้องใส่สูทผูกไท เหมือนเมื่อก่อน การนำเสนอประเด็นข่าวกีฬา สาธิต อธิบาย ข่าวกีฬาจะนำเสนอในแต่ช่วงรายการข่าว ประมาณ 12 นาที จุดสำคัญต้องเลือกประเด็นในแต่ละวันว่า...
เส้นทางนักข่าวของจิรายุ ห่วงทรัพย์ อาจดูแปลกและแตกต่างจากหลายคน เพราะเริ่มต้นอาชีพการทำงานจากการเป็น Copywriter บริษัทโฆษณา เจ้าของก๊อบปี้คุ้นเคย “ก็ลมมันเย็น” จนเติบโตถึงที่สุดในวงการ เขาพาชีวิตไปเจอโลกใหม่ ในงานนักข่าวที่หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ แล้วก็โลดแล่นอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์นาน 8 ปี จิรายุ ก่อนจะย้ายตัวเองไปเป็นดีเจที่วิทยุ อสมท. FM 99 และเข้าทำงานที่ไอทีวี ตั้งแต่สถานียังไม่ออกอากาศเสียอีก “ช่วงแรกยังเป็นนักข่าว พอเห็นผู้ประกาศนั่งอ่านข่าว ก็ได้แต่ใฝ่ฝันอยากจะไปอ่านข่าวบ้าง แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นและกลัวกล้องมากๆ” จิรายุย้อนอดีตด้วยรอยยิ้ม อยู่เบื้องหลังมาปีกว่า วันหนึ่งจิรายุก็ได้จัดรายการ “เปิดโลกธุรกิจ” แทนผู้จัดฯ ที่ทำอยู่ซึ่งไม่มา และแล้วฉากเบื้องหน้าก็เปิดรับเขา จิรายุพูดถึงสไตล์การทำงานว่า การทำข่าวหรือสกู๊ปของเขาจะไม่มี format ตายตัว แต่จะใส่ส่วนผสมของครีเอทีฟเข้าไปด้วย โดยโปรดิวเซอร์ข่าวเช้าไอทีวี...
นารากร ติยายน ผู้ประกาศสาวลูกหม้ออีกคนของไอทีวี เรียกได้ว่า เธอเกิด เติบโต และเป็นที่รู้จักพร้อมๆ กับสถานีไอทีวี เส้นทางผู้ประกาศของเธอก็เหมือนกับผู้ประกาศคนอื่นๆ ในไอทีวี ที่ต้องเริ่มจากการเป็นนักข่าวตามโต๊ะต่างๆ โดยเริ่มแรกเธออยู่โต๊ะสังคมทั่วไป ดูแลเรื่องเกี่ยวกับและผู้หญิง จากนั้นจึงได้เป็นผู้อ่านข่าว และผู้ดำเนินรายการ ควบคู่ไปกับการเป็นนักข่าว วันนี้ เธอจะเป็นฟรีแลนซ์รับจ้างเป็นพิธีกร แต่ด้วยประสบการณ์งานข่าวสไตล์ไอทีวี ประกอบบุคลิกกระฉับกระเฉง และการพูดจาฉะฉาน ดังนั้น ทุกครั้งที่สถานีต้องการ “พลรบฝีมือดี” เธอจะเป็นหนึ่งในทีมผู้ประกาศที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารไอทีวีทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสงครามข่าวภาคค่ำ หรือสมรภูมิรบข่าวช่วงเช้า เช่นครั้งนี้ ทุกวันนี้ นอกจากรายการข่าวเช้าไอทีวี นารากรยังมีงานพิธีกรรายการ “ที่นี่มหานคร” ทางช่อง 9 ซึ่งเป็นรายการนำเที่ยวอย่างมีสาระความรู้ รายการ “เป็นข่าว 5” ทางช่อง...
นามสกุลค้นหู “เทวกุล” อีกทั้งคำนำหน้านาม ม.ล. และการเป็นลูกชายของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ ม.ล.ปลื้ม-ณัฏฐกร เทวกุล ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ท่วงทำนองการพูดจาภาษาอังกฤษที่ฉะฉานประหนึ่งเจ้าของภาษา การวิเคราะห์ข่าวด้วยท่าทางมั่นใจ ทำให้ชื่อเสียงเริ่มเกาะตัวเขามากกว่าความเป็นลูกชายผู้ว่าฯ ธปท. เท่านั้น ในฐานะผู้ประกาศและวิเคราะห์ข่าวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เขาจึงให้ความสำคัญกับข่าวสารในแต่วันเป็นอย่างมาก “ผมดูข่าวทุกวัน ทุกช่อง ตอนนี้กำลังจะติดดาวเทียมอีกหลายจาน และเวลาอีกส่วนหนึ่งหมดไปกับการติดตามความเคลื่อนไหวจากอินเทอร์เน็ต... แต่เชื่อไหมตอนนี้ผมทนดูรายการข่าวที่สักแต่มาคุยๆ พูดๆ ไม่ได้ (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะผมสนใจเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สนใจเรื่อง macro enonomic ไปเลย ซึ่งต้องอาศัยการรายงานอย่างจริงจัง”...
หนึ่งในพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของรายการข่าว Newsline ที่ออกอากาศเป็นประจำทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 21.30-22.30 น. ทางช่อง 11 ด้วยบุคลิกยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาชัดถ้อยชัดคำ เป็นผู้ประกาศข่าวที่มีแฟนคลับมากพอๆ กับดาราทีเดียว เจเข้ามาร่วมงานกับช่อง 11 ตั้งแต่ปี 2541 ด้วยการเป็นพิธีกรรายการภาษาอังกฤษ Travel Show โดยในตอนนั้นยังเป็นเพียง Freelance จากนั้นเข้ามาเป็นพิธีกรภาคสนามช่วง Discover Thailand ของ Newsline เหตุผลที่ถูกดึงตัวมาเป็นผู้ประกาศข่าว เจเล่าว่า ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการที่เขามีน้ำเสียงดี ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน และมีคุณสมบัติที่เขาคิดว่าผู้ประกาศข่าวควรมีคือ รู้เรื่องข่าวดีพอสมควร โดยเฉพาะข่าวภายในประเทศ เข้าใจในเนื้อหาของข่าว บุคลิกก็มีส่วนสำคัญ และนำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางไม่ยัดเยียดความเห็นส่วนตัวให้กับผู้ชม ไม่ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ “ในช่วงของการถกเรื่องข่าว...
หากใครสัญจรไปมาในกรุงเทพฯ โดยอาศัยรถไฟฟ้าใต้ดิน ประโยคภาษาอังกฤษคุ้นหู “Please mind the gap between train and platform” ด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกัน หลายคนอาจจะทราบแล้วว่า นี่คือเสียงของผู้ประกาศ พิธีกร และนักบริหารสถานีโทรทัศน์สาวนามว่า “สโรชา พรอุดมศักดิ์” นี่คือผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่เธอภูมิใจ รองจากชื่อเสียงที่สร้างจากการเป็นพิธีกรรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ทางช่อง 9 ที่มี “สนธิ ลิ้มทองกุล” เป็นนักวิเคราะห์ ย้อนกลับไปยังเส้นทางเริ่มต้นสู่ถนนคนข่าว “สโรชา” เริ่มต้นการทำงานที่เครือเนชั่น ด้วยการเป็นผู้ประกาศ นักข่าว และบก. ก่อนที่จะไปหาประสบการณ์ระดับอินเตอร์ที่ Channel News Asia...
อดีตผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ ที่ไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิตว่าจะมาเป็นผู้ประกาศข่าว เขาเป็นผลผลิตจากระบบการฝึกอย่างเข้มข้นของ เนชั่นชาแนล เป็นแรงส่ง ทำให้ “ธีระ ธัญไพบูลย์” ขึ้นแท่นเป็นผู้ประกาศข่าว ตัวยืน เคียงคู่กับ กนกรัตน์ วงศ์สกุล ทุกเช้าเก็บตกจากเนชั่น “เดิมผมไม่ได้พูดแบบนี้ พูดเร็ว ห้วน เหมือนคนลิ้นไก่สั้น เพื่อนๆ ยังงงเลยว่าผมมาเป็นผู้ประกาศข่าวได้ยังไง ” ธีระ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในสถานีโทรทัศน์ตั้งแต่เรียนจบด้านนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุและโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ด้วยการเป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ ในบริษัทไทยสกายทีวี ก่อนจะมาร่วมงานกับเนชั่นชาแนล โดยเป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ ในรายการเนชั่นนิวส์ทอล์ก “มีอยูวันหนึ่ง...








