ธุรกิจโรงแรม – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 23 Mar 2026 03:54:43 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 “ไมเนอร์” รุกหนักโรงแรมหัวหิน ส่งแบรนด์ NH เจาะตลาด เทรนด์ใหม่ “คนหอบหมาแมวเที่ยว” โตพุ่ง https://positioningmag.com/1565575 Sat, 21 Mar 2026 00:00:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565575 มร. โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ‘หัวหิน’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ข้อมูลช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 อ้างอิงสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า มีผู้มาเยือนราว 8.55 ล้านคน ติด Top 5 ของประเทศ สร้างรายได้ 39,020 ล้านบาท

  • โรงแรมในหัวหิน มีกลุ่มตลาดหลักเป็นคนไทยท่องเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป เดินทางมาพักระยะยาว ช่วงหน้าหนาว
  • อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรมหัวหินแข็งแกร่ง เฉลี่ยอยู่ที่ 72.97%

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ บริษัทฯ เร่งขยายพอร์ตโรงแรมในหัวหิน โดยใช้แบรนด์ เอ็นเอช โฮเทลส์ แอนด์    รีสอร์ทส์ (NH Hotels & Resorts) ซึ่งเป็นโรงแรมระดับอัพสเกลในเครือ ปัจจุบันมีจำนวน 200 แห่ง ใน 26 ประเทศ เข้ามาจับตลาดโดยเฉพาะ

มร. โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์

รีแบรนด์โรงแรมเป็น NH เสริมพอร์ตฯ หัวหิน

เบื้องต้น ได้รีแบรนด์ “โรงแรมดุสิตดีทูหัวหิน” มาเป็น “โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน” จำนวน 152 ห้อง เมื่อกลางเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นแห่งที่ 4 ของแบรนด์ NH ในประเทศไทย จากก่อนหน้านี้เปิดตัวที่ภูเก็ต 1 แห่ง และกรุงเทพฯ 2 แห่ง

NH Huahin จะเข้ามาเสริมพอร์ตฯ โรงแรมไมเนอร์ในหัวหินให้ครบทุกเซ็กเมนต์ราคา และจับกลุ่ม Leisure + Long-stay โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรป

  • กลุ่ม Select เจาะกลุ่มระดับกลาง-บน มี ‘เอ็นเอช หัวหิน’
  • กลุ่มพรีเมียม มี ‘อวานี พลัส หัวหิน’
  • กลุ่มลักซูรี ใช้แบรนด์ ’อนันตรา หัวหิน‘

หลังรีแบรนด์ NH หัวหิน ราว ๆ 2 เดือน มียอดการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) อยู่ที่ 70% ขณะที่เดือน ก.พ. 69 อยู่ที่ 80% ราคาเข้าพักเริ่มต้นอยู่ที่ 2,500 บาท/คืน เป็นต้นไป

NH Hotel
โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน

เทรนด์ท่องเที่ยวหัวหิน กลุ่มเที่ยวกับสัตว์เลี้ยง-นักกอล์ฟ มาแรง

นาถสุภัค ทวีวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน กล่าวว่า “เอ็นเอช หัวหิน” เป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้า แบ่งเป็น

  • กลุ่มลูกค้าในประเทศ (คนไทย + Expat ที่ทำงานในไทย) 40-50%
  • กลุ่มลูกค้าต่างชาติ อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ สัดส่วน 50-60%
นาถสุภัค ทวีวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน
ครอบคลุมทั้งคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน ที่น่าสนใจ คือ อินไซต์น่าสนใจใหม่ ๆ จาก 2 กลุ่มได้แก่

1.ผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (แมว/หมา น้ำหนักไม่เกิน 15 กก.)

พบแนวโน้มเข้าพักเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ (วันศุกร์ และ วันเสาร์) ห้องที่รับสัตว์เลี้ยงได้ อาทิ ห้องรูปแบบ Standard มักมีการเข้าพักเต็ม

“ปัจจุบันพบว่า กลุ่มมาเที่ยวกับหมาแมว เริ่มแซงกลุ่มที่มากับครอบครัว (พ่อแม่ลูก) แล้ว”

2.นักกอล์ฟ

มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากกลุ่มคนไทย/ผู้บริหารออกรอบตีกอล์ฟในหัวหินเป็นกลุ่ม ๆ ประมาณ 6-10 คน/กลุ่ม เข้าพักเป็นกรุ๊ปครั้งละ 3-4 ห้อง

โดยถ้าเป็นกลุ่มคนไทยทั่วไปที่มาตีกอล์ฟจะพักห้อง Standard เพราะส่วนใหญ่ชอบออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ส่วนกลุ่มผู้บริหารจะพักห้องสวีท (Suite)

NH Hotel
โรงแรม เแ็นเอช หัวหิน

ด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของเอ็นเอช หัวหิน มุ่งเน้นการสร้างการเติบโต ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  • การเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้ (Revenue Optimisation)
  • การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานและประสบการณ์ของผู้เข้าพัก เพื่อวางตำแหน่งของโรงแรมให้เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดโรงแรมของหัวหินในระยะยาว

สำหรับตลาดโรงแรมระดับอัปสเกลในหัวหินยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมนักเดินทางที่มองหาที่พักที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ประกอบกับ ความได้เปรียบของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินทางระยะสั้นจากกรุงเทพฯ ช่วยสร้างดีมานด์ด้านการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

ห้องพักเอ็นเอช หัวหิน

ดึง NH ลุยทำเลใหม่ทั้งไทย-ตปท.

มร. โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เปิดเผยว่า นอกจากการเปิดแบรนด์ NH ในหัวหินแล้ว ยังมองหาเดสติเนชั่นใหม่ ๆ สำหรับแบรนด์ NH ในไทย เช่น เชียงใหม่ ระยอง ส่วนในต่างประเทศ อาทิ ฟูก๊วก (Phu Quoc) ประเทศเวียดนาม หรือตลาดใหม่อย่างฟิลิปปินส์ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน

ด้านแผนใหญ่ของไมเนอร์โฮเทลส์ทั้งเครือจะเร่งขยายเป้าหมายการเติบโตในระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมมากกว่า 280 แห่งภายในสิ้นปี 2570

]]>
1565575
รีโนเวต “อนันตรา หัวหิน” โรงแรมอนันตราแห่งแรกในไทย อายุ 25 ปี ดัน ADR 7 พันบาท/คืน พุ่ง 40% https://positioningmag.com/1565561 Thu, 19 Mar 2026 11:00:49 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565561 เจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท ในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดท่องเที่ยวหัวหิน ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนหลักจากนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long-haul) อาทิ ยุโรป สหราชอาณาจักร (UK) และการท่องเที่ยวในประเทศ

ลงทุน 400 ล้านบาท รีโนเวต อนันตรา หัวหิน

อย่างไรก็ตาม จากเทรนด์การท่องเที่ยวลักซูรียุคใหม่ ไม่ได้เน้นเลือกแค่ “จุดหมายปลาทาง” แต่มองหา “ประสบการณ์จากที่พัก” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วย

ทำให้ อนันตรา ลงทุนราว 400 ล้านบาท รีโนเวต “อันตรา หัวหิน รีสอร์ท” พื้นที่รวม 36 ไร่ ซึ่งเป็นโรงแรมแบรนด์อนันตราแห่งแรกในไทย ที่มีอายุราว 25 ปี มาแปลงโฉมครั้งใหญ่ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

อนันตรา หัวหิน ผู้บริหาร
เจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท ในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels)

เบื้องต้น ได้ปรับดีไซน์ห้องพักทุกห้องจาก 191 ห้อง เหลือ 171 ห้อง โดยเน้นห้องพักรูปแบบ 2 ห้องนอนมากขึ้น จำนวน 7 ห้อง

1.Two-Bedroom Family Suites รูปแบบ 2 ห้องนอน ราคาเฉลี่ย 18,000 บาท/คืน

2.Two-Bedroom Family Pool Suite รูปแบบ 2 ห้องนอน มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวราคาเฉลี่ย 21,000 บาท/คืน

ควบคู่กับการทำโซนห้องพักรูปแบบใหม่ คือ Pool Access Room เป็นห้องพักเปิดไปเจอสระว่ายน้ำทันที (จากเดิมเป็นโซนสวน) จำนวน 13 ห้อง

การปรับเป็นห้องขนาดใหญ่ 2 ห้องนอน และห้องพักไทป์ Pool Access Room ตอบรัยเทรนด์การขยายตัวของกลุ่มครอบครัว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งสินค้ารูปแบบ 2 ห้องนอนในตลาดโรงแรมหรูหัวหิน ยังมีซัพพลายอยู่น้อยมาก

ตัวอย่างห้องไทป์ Two-Bedroom Family Pool Suite มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว

หลังรีโนเวต ADR พุ่ง 40%

ทั้งนี้ หลังรีโนเวต อนันตรา หัวหิน แล้วเสร็จ และเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา พบว่า

  • ราคาเฉลี่ยห้องพักต่อคืน (ADR) เพิ่มขึ้น 40% เป็น 7,000 บาท/คืน จากเดิม 5,000 บาท/คืน (ห้องพักติด Top 5 ของโรงแรมห้าดาวของหัวหินที่ราคาสูงสุด)
  • อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) อยู่ที่ 70% (พีกสุด 85% เมื่อ ก.พ.69)

ขณะที่ กลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว เข้าพักเฉลี่ย 2 วัน มีสัดส่วนสูงขึ้นเป็น 45% จากเดิม 35% ด้านลูกค้าต่างชาติ โดยมากยังเป็นกลุ่ม Long-haul อาทิ ยุโรป พักเฉลี่ย 7 วัน มีสัดส่วน 55%

อนันตรา หัวหิน

ตะวันออกกลางยังไม่กระทบ

สำหรับประเด็น ความขัดแย้งตะวันออกกลาง พบว่า ลูกค้ายุโรปบางส่วนที่มี flight transit ในดูไบ อาจมียกเลิกไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็มีลูกค้าต่างชาติที่ตัดสินใจอยู่ไทยต่อ และมีลูกค้าที่หนีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเข้ามาทดแทน

“เราเชื่อว่า ในวิกฤตยังมีโอกาส ตอนนี้เอฟเฟกต์เกิดในหลายประเทศทั่วโลก แต่ในหลายสถานการณ์ท้าทาย ต้องปรับตัวให้เร็ว เช่น สมมติเสียตลาดตะวันออกกลาง ก็ต้องหาตลาดอื่นมาทดแทน แต่ปัจจุบันลูกค้าตะวันออกกลาง ไม่ใช่ Top 10 ของอนันตราหัวหิน”

อนันตรา หัวหิน

]]>
1565561
เซ็นทารา ลงทุน 3 ปี 1.6 หมื่นล้านบาท ลุยเปิดตัว-รีโนเวต-ซื้อกิจการโรงแรม https://positioningmag.com/1561552 Thu, 26 Feb 2026 07:00:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1561552 ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569 – 2571) เซ็นทาราวางงบลงทุนใหญ่ 16,000 ล้านบาท (ไม่รวมธุรกิจร้านอาหาร) 

ปี 69 ประเดิมลงทุน 6.6 พันล้าน รีโนเวต-ซื้อกิจการโรงแรม

เบื้องต้น ปี 2569 ลงทุนประมาณ 6,600 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.งบลงทุนต่อเนื่องจากโครงการรีโนเวตและขยายโรงแรมเดิม กว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ

  • รีโนเวตและขยายพื้นที่เพิ่มเติม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน หลังได้ต่อสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ระยะ 30 ปี คาดเปิดบริการไตรมาส 2 ปี 2570
  • รีโนเวต โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ฯ กระบี่ และรีแบรนด์ไปสู่ “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่” แทน คาดเปิดบริการในไตรมาส 4 ปี 2569
  • เริ่มก่อสร้างส่วนต่อขยายของ โรงแรม เซ็นทารา ดูไบ คาดเปิดทำการภายในปี 2571

2.การลงทุนซื้อกิจการ (M&A) มูลค่า 2,000 ล้านบาท ในธุรกิจโรงแรมทำเลศักยภาพสูง อาทิ ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเมืองเกียวโต โตเกียว ฮอกไกโด ฟุกุโอกะ และประเทศแถบตะวันออกกลางเพิ่มเติม

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน

เปิดตัว 5 โรงแรมใหม่-JV โออาร์ลุย Budget Hotel

นอกจากนี้ ในปี 2569 ได้เตรียมเปิดบริการโรงแรมเพิ่ม 5 แห่ง โดยแบ่งเป็น 4 แห่ง ในต่างประเทศ และ 1 แห่งในไทย ได้แก่

1.หิมาลายัน ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท โพคารา เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น จำนวน 42 ห้อง เป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในเนปาล เปิดให้บริการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

2.เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า จำนวน 300 ห้อง (มีกำหนดเปิดในไตรมาส 2) ถือเป็นโรงแรมแห่งที่สองของเซ็นทาราในญี่ปุ่น

3.เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ วังดอน ที่เวียดนาม จำนวน 481 ห้อง (กำหนดเปิดครึ่งปีหลัง 2569)

4.คริสตัล ฮอลิเดย์ ฮาร์เบอร์ วังดอน ที่เวียดนาม จำนวน 496 ห้อง (กำหนดเปิดครึ่งปีหลัง 2569)

5.เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี โรงแรมไลฟ์สไตล์ ใจกลางเมือง จำนวน 110 ห้อง (เปิดให้บริการครึ่งปีหลัง 2569)

หิมาลายัน ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท โพคารา เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น

ขณะเดียวกัน เซ็นทารา ได้ร่วมทุน (JV) กับโออาร์ ลงทุน 700 ล้านบาท รุกธุรกิจ Budget Hotel 6 แห่ง แบ่งเป็น

  • โรงแรมในปั๊มน้ำมัน 5 แห่ง ได้แก่ กาญจนบุรี อยุธยา ชลบุรี หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี เฉลี่ย 80 ห้อง/แห่ง ราคาเริ่มต้น 800 บาท/คืน โดยห้องพักมีขนาด 16-18 ตารางเมตร
  • โรงแรมนอกปั๊ม 1 แห่ง ใน กทม. มีห้องพักประมาณ 120 ห้อง/แห่ง ราคาเริ่มต้น 1,200-1,300 บาท/คืน

โรงแรมทั้ง 6 แห่งนี้ จะทยอยเปิดตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2570 เป็นต้นไป และตั้งเป้ามีอัตราเช่า 70-80%

ประเมินท่องเที่ยวปี 69 สัญญาณบวก

สำหรับแนวโน้มธุรกิจปี 2569 เซ็นทาราตั้งเป้ารายได้ 15,700 – 15,900 ล้านบาท เติบโต 14% – 15% เทียบปีก่อน (YoY) และอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) 75-78% (จากปีล่าสุด 72%) และผลักดัน RevPAR แตะ 4,600-4,800 บาท/คืน

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตให้เป็นไปตามเป้ามาจาก

1.สถานการณ์ท่องเที่ยวในไทยที่ดีขึ้น

ช่วงต้นปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้ว 6 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นจีน 1 ล้านราย จากอานิสงส์ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น ทำให้คนจีนเปลี่ยนแผนมาเที่ยวตรุษจีนในไทยแทน

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า ในปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะขยับมาที่ 34-35 ล้านคน จากปีก่อนมีจำนวน 32.9 ล้านคน

2.การเปิดให้บริการโรงแรมใหม่และการปรับโฉมโรงแรมปัจจุบันสู่แบรนด์โรงแรมคอนเซ็ปต์ใหม่ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

3.ตลาดต่างประเทศแนวโน้มดี

ในประเทศอื่น ๆ ที่เซ็นทาราดำเนินการอยู่ มีแนวโน้มดี ทั้งญี่ปุ่นที่คาดว่า ปี 2569 นักท่องเที่ยวอยู่ที่ 41.4 ล้านคน และมัลดีฟท์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 14% (YoY)

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL

เซ็นทารา เดินหน้ารุกตลาดต่อเนื่อง โดยเป้าหมายตลาดใหม่ที่บริษัทจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เนื่องจาก การเปิดตัวโรงแรมใหม่อย่าง เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า พร้อมหนุนกลยุทธ์เสริมทัพตลาดหลักๆ อย่างในประเทศไทย ยุโรป เอเชีย รัสเซีย และตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ แผนด้านการขายของ เซ็นทารา จะเน้นการนำเสนอผ่านการจัดโรดโชว์ใน 18 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับการสร้าง พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล

]]>
1561552
โรงแรมเจาะทัวร์จีน จ่อ ‘ขายกิจการ’ หลายแห่ง รับนักท่องเที่ยวจีนหดหนัก https://positioningmag.com/1542806 Wed, 15 Oct 2025 03:16:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1542806 สถานการณ์คนจีนเที่ยวไทย ยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ช่วง 9 เดือนแรก ปี 2568 นักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย มีจำนวน 3.41 ล้านคน ลดลงราว 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)

อัตราการเข้าไทยที่หดตัว “กดดัน” ธุรกิจโรงแรมที่เจาะนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์จีน

โรงแรมเจาะทัวร์จีน ยอดร่วง 50%

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า ปี 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยราว 5 ล้านคน ลดลงจากปี 2567 ที่มี 7 ล้านคน และต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด (ปี 2562) ที่เคยมีจำนวน 10 ล้านคน

ส่งผลให้โรงแรมที่พึ่งพาทัวร์จีน ยอดเข้าพักลดลง 50% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่หัวเมืองหลัก อาทิ กรุงเทพฯ และ ภูเก็ต แรงกระแทกสำคัญมาจากปัญหาความเชื่อมั่นด้านปลอดภัย และพฤติกรรมการท่องเที่ยวคนจีนที่เปลี่ยนมาเที่ยวเอง (FIT) มากขึ้น

“โรงแรมที่พึ่งพาทัวร์จีน โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็ก เริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น จากรายได้ลดลง แต่ต้นทุนคงที่ อาทิ ค่าพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ”

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)

พบโรงแรมเจาะทัวร์จีนขายกิจการโรงแรมเพิ่ม

วุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการกลุ่ม บริษัท เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำกัด หรือ UHG ผู้บริหารโรงแรมเครือเดอะควอเตอร์ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย อินเดีย และยุโรปเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถทดแทนนักท่องเที่ยวจีนได้ทั้งหมด

ขณะที่ช่วงวันหยุดยาว Golden Week ของจีน ปี 2568 มียอดเข้าพักลดลง 15% (YoY) ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว บางส่วนเลือกเที่ยวในประเทศ ส่วนกลุ่มที่ออกมาต่างประเทศก็เลือกไปประเทศอื่นแทนไทย เช่น กลุ่มงบน้อยอาจเลือกเวียดนาม กลุ่มงบประมาณสูงเลือกไปญี่ปุ่น เป็นต้น

วุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการกลุ่ม บริษัท เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำกัด หรือ UHG

เมื่อถามถึงโรงแรมที่เจาะนักท่องเที่ยวจีน วุฒิพล ให้ความเห็นว่า กลุ่มที่ปรับตัวรับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม FIT ยังไปได้ดีในหลายพื้นที่ อาทิ สีลม ศาลาแดง ซึ่งได้อานิสงส์จากการเปิดตัว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค

แต่หากยังเจาะเพียงทัวร์จีน ค่อนข้างลำบาก เพราะปัจจุบัน ทัวร์จีนหายไป และทดแทนด้วยกลุ่ม FIT เกือบหมดแล้ว

“เราพบว่า โรงแรมเจาะทัวร์จีน ขนาด 100-200 ห้อง หลายแห่ง เริ่มเข้ามาเสนอขายโรงแรมให้กับบริษัทฯ จากช่วงก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน”

]]>
1542806
ธุรกิจโรงแรมไทย ไม่สิ้นเสน่ห์ PCL แนะเร่งยกระดับมาตรฐานสากล เจาะนักท่องเที่ยวคุณภาพ https://positioningmag.com/1532637 Wed, 06 Aug 2025 10:13:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1532637 ปฐม ศิริวัฒนประยูร ประธานกรรมการบริหารบริษัท พีซีแอล ฮอสปิทาลิตี้ จำกัด หรือ PCL กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะสั่นคลอนจากหลายปัจจัย เช่น สงคราม ภัยธรรมชาติ และความไม่มั่นใจของนักท่องเที่ยวจีน

ทว่าประเทศไทยยังคงเป็นปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวระดับโลก ด้วยจุดเด่นยังคงเป็น “ความหลากหลาย” ทางภูมิประเทศ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์

สะท้อนจากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย พบว่า

  • ในอดีต (ปี 2553-2562) เติบโต 150% แม้มีวิกฤตการเมือง ภัยพิบัติ และโควิด
  • ปี 2567-2576 ประเมินว่า ไทยน่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 88 ล้านคน (จากปี 2568 ประเมินไว้ที่ 34.5 ล้านคน)

“เพียงดึงนักท่องเที่ยวจากเอเชีย 2% ที่เดินทางออกนอกประเทศมายังประเทศไทยได้ ไทยก็จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหลาย 10 ล้านคน”

Raintree Khao Yai

ขณะที่ปัจจุบัน ข้อมูลจาก STR ระบุว่า แม้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate : OCC) ของโรงแรมไทยจะน้อยลง แต่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate : ADR) กลับเติบโตขึ้น ดังนี้

โรงแรม 3 ดาว
  • อัตราการเข้าพัก 69.6% เพิ่มขึ้น 0.8%yoy
  • ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน 2,040 บาท เพิ่มขึ้น 17.1%yoy
โรงแรม 4 ดาว
  • อัตราการเข้าพัก 67.8% ลดลง 2.9%yoy
  • ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน 4,430 บาท เพิ่มขึ้น 10.5%yoy
โรงแรม 5 ดาว
  • อัตราการเข้าพัก 67% ลดลง 5%yoy
  • ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน 7,267 บาท เพิ่มขึ้น 6%yoy
ปฐม ศิริวัฒนประยูร ประธานกรรมการบริหารบริษัท พีซีแอล ฮอสปิทาลิตี้ จำกัด หรือ PCL
ปฐม ศิริวัฒนประยูร ประธานกรรมการบริหารบริษัท พีซีแอล ฮอสปิทาลิตี้ จำกัด หรือ PCL

ปฐม ย้ำว่า ปัญหาของไทยไม่ใช่ “เสน่ห์ไม่พอ” แต่เป็น “ระบบรองรับไม่ทัน” และยึดติดกับโมเดลเดิม ๆ

“ไทยจำเป็นต้องปรับตัว” รองรับกลุ่มกำลังซื้อระดับสูง อาทิ ยุโรป ตะวันออกกลาง จีน และอินเดีย ที่จะกลับมาในอนาคต

ซึ่งตลาดนี้ ไม่ได้โตแค่ “จำนวน” แต่โตที่ “คุณภาพผู้เข้าพัก”

ดังนั้น โรงแรมยุคใหม่ไม่ใช่แค่ “รองรับ” นักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ต้อง “ดึงดูด” ด้วยคุณภาพระดับโลก

PCL ในฐานะผู้รับบริหารจัดการโรงแรม วางโรดแมป 5 ปี ก้าวสู่ผู้นำธุรกิจในระดับภูมิภาคเอเชีย ตั้งเป้าเติบโตปีละ 100% ผ่านการขยายพอร์ตรับบริหารโรงแรมครบ 5,000 ห้อง

โดยมุ่งไปที่เจ้าของที่พักท้องถิ่น ที่ต้องการมืออาชีพช่วยบริหารโรงแรมแทน ซึ่ง PCL มี 2 โมเดลการบริหาร ได้แก่
  1. White Label บริหารภายใต้แบรนด์ของเจ้าของ เพิ่มความยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์เอง
  2. International Chain บริหารภายใต้แบรนด์เครือโรงแรมระดับโลก เหมาะกับโรงแรมขนาดกลาง-ใหญ่ ตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป เป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา และยุโรป ซึ่งบริษัทจะนำเข้ามาเป็น 1 ในตัวเลือกให้เจ้าของโรงแรม

“โรงแรมที่ยอดเยี่ยมไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสําเร็จในระยะยาว

เราไม่ใช่ที่ปรึกษาทั่วไป แต่ลงมือทํางานร่วมกับเจ้าของธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อยกระดับธุรกิจโรงแรมของไทยก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก”

]]>
1532637
จีนเที่ยวไทย ปี 68 เหลือ 5 ล้านคน กระทบโรงแรมเจาะทัวร์จีน ยอดเข้าพักหาย 50% https://positioningmag.com/1531016 Wed, 23 Jul 2025 11:20:07 +0000 https://positioningmag.com/?p=1531016 เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (1 ม.ค. – 13 ก.ค. 68) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย จำนวน 17.7 ล้านคน ลดลง 5.62% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

โดยนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
  • มาเลเซีย 2.45 ล้านคน
  • จีน 2.43 ล้านคน
  • อินเดีย 1.26 ล้านคน
  • รัสเซีย 1.06 ล้านคน
  • เกาหลีใต้ 8.16 แสนคน
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)

[นักท่องเที่ยวจีน หดตัวเหลือ 5 ล้านคน/ปี จากช่วงพีกสุด 10 ล้านคน/ปี]

อย่างไรก็ตาม ไทยกำลังเผชิญปัญหา ”นักท่องเที่ยวจีน“ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ชะลอตัวลงอย่างหนัก แม้จะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ทั้งอินเดีย และรัสเซีย เข้ามาค่อนข้างมาก แต่ไม่สามารถทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนได้

โดยประเมินว่าปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยประมาณ 5 ล้านคน จากปี 2567 มีจำนวนเกือบ 7 ล้านคน และช่วงก่อนโควิดปี 2562 มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน

“ในปีนี้ มีเพียงช่วง ม.ค. เดือนเดียวที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสูงกว่าปีก่อน หลังจากนั้นลดลงจากปีก่อนทุกเดือน จากผลกระทบช่วง ก.พ. 68 เกิดกระแสลักพาตัว ซิงซิง นักแสดงชาวจีน และ มี.ค. 68 มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมียนมา กระทบตึกสูงใน กทม.“

นักท่องเที่ยวจีน ศาลเจ้าพ่อเสือ กรุงเทพ
นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวจีน บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ กรุงเทพฯ

[โรงแรมเจาะทัวร์จีน ยอดเข้าพักดิ่ง 50% ต่อเดือน]

ในด้านโรงแรมที่เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะเมื่อเจาะกลุ่มทัวร์จีน ซึ่งเผชิญอัตราการเข้าพักหดตัวกว่า 50% ต่อเดือน

ทั้งนี้ ปัจจุบันการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ เสื่อมความนิยมลง เหลือสัดส่วนเพียง 20% จากในอดีตเคยเป็นพอร์ตฯใหญ่ และนักเดินทางจีนรุ่นใหม่ หันมาเดินทางแบบเที่ยวเอง (FIT) มากกว่า

นักท่องเที่ยวจีน เขากังวลด้านความปลอดภัย ต้องทำให้เขาเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยปลอดภัย ไม่ใช่แค่พูดว่าประเทศเราปลอดภัยเฉย ๆ แต่ต้องลงมือทำให้เห็น เช่น ตามจับขบวนการค้ามนุษย์อย่างเข้มข้น แล้วทำข่าวประชาสัมพันธ์ หรือกระทั่งการจัดการเรื่องการโก่งราคานักท่องเที่ยว เป็นต้น หากทำได้ ปี 2569 นักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มกลับมา

“ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนตอนนี้หายไป 34% แล้ว แต่หากไม่นับรวมเดือน ม.ค. ช่วงก่อนเกิดเหตุลักพาตัวดาราจีน เท่ากับหดตัวสูงถึง 50%”

ตึกสูง กทม. กรุงเทพ โรงแรม
อาคารสำนักงานและโรงแรมใน กทม.

[ท่องเที่ยวชะลอตัว ธุรกิจโรงแรมหืดจับ สภาพคล่องสะดุด]

จากสถานการณ์การท่องเที่ยวชะลอตัวลง ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรม อยู่ในภาวะยากลำบากมากขึ้น เมื่อรายได้ลดลง แต่รายจ่ายยังเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งค่าบุคลากร ค่าไฟ และค่าภาษีที่ดิน ส่งผลให้เกิดภาพ ธุรกิจโรงแรมขาดสภาพคล่องทางเงินมากขึ้น

“อยากให้ภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาลดภาระทางการเงินหรือยืดหยุ่นนโยบาย ให้กับธุรกิจโรงแรม ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น (มิ.ย.-ส.ค.) โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กในต่างจังหวัด”

]]>
1531016
ธุรกิจโรงแรมไทยบูม ปี 68 เปิดตัวใหม่ 5.5 พันห้อง เน้นโครงการหรู แพงสุด 5 หมื่นบาท/คืน https://positioningmag.com/1511448 Wed, 19 Feb 2025 08:28:56 +0000 https://positioningmag.com/?p=1511448 ปี 2567 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.5 ล้านคน ใกล้เคียงกับปี 2562 ช่วงก่อนโควิดที่มีจำนวน 39.8 ล้านคน จากอานิสงส์ฟรีวีซ่าหลายประเทศ

Top 5 สัญชาติ คือ

  • จีน 6.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 91% (YoY)
  • มาเลเซีย 5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% (YoY)
  • อินเดีย 2.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 31% (YoY)
  • เกาหลีใต้ 1.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% (YoY)
  • รัสเซีย 1.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18% (YoY)

”ในแง่วอลุ่มต้องยกให้จีนและอินเดีย แต่ถ้าในแง่ยอดการใช้จ่ายสัญชาติออสเตรเลีย (อันดับ 16 จำนวน 8 แสนคนที่เข้าไทย) และตะวันออกลลาง (อันดับ 20 จำนวน 7 แสนคนที่เข้าไทย) จะมียอดสูงสุด ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย“

โดย CBRE Research คาดว่าปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยทะลุ 40 ล้านคน มากกว่าช่วงพีกสุดก่อนโควิดเสียอีก

โชติกา ทั้งศิริทรัพย์ หัวหน้าแผนกวิจัยและให้คำปรึกษา ซีบีอาร์อี ประเทศไทย

โชติกา ทั้งศิริทรัพย์ หัวหน้าแผนกวิจัยและให้คำปรึกษา ซีบีอาร์อี ประเทศไทย หรือ CBRE กล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมเติบโต โดยพื้นที่ กทม. จะมีการเปิดตัวใหม่โรงแรมมากกว่า 5,500 ห้อง เพิ่มขึ้น 7% (YoY) เติมซัพพลายเดิมที่มีอยู่ 80,000 ห้อง

การเปิดตัวใหม่ ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นโรงแรมระดับ Upscale (ระดับกลางค่อนบน) และระดับลักซูรี (ระดับบน) ราคาตั้งแต่หลัก 4,000 บาท/คืน ไปจนถึงมากกว่า 10,000 บาท/คืนขึ้นไป และระดับสูงสุดคือ 50,000 บาท/คืน (Aman Nailert ย่านชิดลม จำนวน 52 ห้อง เปิด เม.ย. 68)

โดยปี 2568 มีโครงการใหญ่เตรียมลอนช์ เช่น Andaz One Bangkok จำนวน 244 ห้อง, Grand Centre Point Lumphini จำนวน 512 ห้อง เป็นต้น

“กลุ่มโรงแรมหรูระดับอัปสเกลและลักซูรี จะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองยอดนิยมระดับโลก และด้วยโครงการริเริ่มของรัฐบาลเพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและแขกที่เข้าพักระยะยาวผ่านโครงการวีซ่าระยะยาว ซีบีอาร์อีคาดว่าจะมีแบรนด์ที่พักระยะกลางและระยะยาวเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ มากขึ้น”

ขณะที่อัตราการเข้าพัก (OCC Rate) ปี 2568 คาดจะกลับมาแตะระดับ 77% (จากก่อนโควิด 78%) โดยมีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) 4,300 บาท/คืน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิดที่มี ADR 3,412 บาท/คืน


ไม่เพียงแต่อัตราราคาห้องพักของโรงแรมใน กทม. เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ในเมืองท่องเที่ยวยิ่งขยายตัวสูงกว่า

  • Room Rate โรงแรมพัทยา เพิ่มขึ้น 30% หลังจากเพิ่งฟื้นตัวกลับมาปีก่อน
  • Room Rate โรงแรมภูเก็ต เพิ่มขึ้น 40% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าภูเก็ต 10 ล้านคน
]]>
1511448
ธุรกิจโรงแรมไทยฮอต อัตราเข้าพัก 74% แซงช่วงก่อนโควิด สร้างเพิ่ม 1.2 พันแห่ง โต 38% https://positioningmag.com/1502212 Thu, 05 Dec 2024 03:44:41 +0000 https://positioningmag.com/?p=1502212 ธุรกิจโรงแรมไทยฮอต อัตราเข้าพัก 74% แซงช่วงก่อนโควิด สร้างเพิ่ม 1.2 พันแห่ง โต 38% จับตาซัพพลายล้นบางพื้นที่ กดดันอัตราเข้าพัก-ราคาห้องพักเฉลี่ยในอนาคต

SCB EIC เปิดเผยว่า ช่วง 11 เดือน (ม.ค. – พ.ย.) ปี 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 32 ล้านคน โดย 5 อันดับแรก คือ

  • จีน
  • มาเลเซีย
  • อินเดีย
  • เกาหลีใต้
  • รัสเซีย

ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายของปีมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นช่วงไฮซีซั่น ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยปีนี้มีโอกาสแตะ 36.2 ล้านคน ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดที่มีจำนวน 39.8 ล้านคน “สร้างรายได้ให้ภาคท่องเที่ยวกว่า 1.7 ล้านล้านบาท”

และคาดว่าในปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติขยับเป็น 39.4 ล้านคน จากการกลับมาของกลุ่มทัวร์จีน และนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ อาทิ ตะวันออกกลาง รัสเซีย อิสราเอล และอินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง “คาดสร้างรายได้ให้ไทย 2 ล้านล้านบาท”

ส่วนนักท่องเที่ยวไทย ยังเติบโตได้ดี จากการเที่ยวเมืองรอง ตามมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ อาทิ ลดหย่อนภาษี โครงการแอ่วเหนือคนละครึ่ง ส่งผลให้ในปี 2567 นักท่องเที่ยวไทยมีจำนวน 270.2 ล้านคน เติบโต 9% (YoY)

อย่างไรก็ดี ปี 2568 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทยราว ๆ 275.6 ล้านคน เติบโตแบบชะลอตัว 2% (YoY) จากความเปราะบางของเศรษฐกิจ ส่งผลต่อการวางแผนใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว

รวมไปถึงการขยายตัวของการท่องเที่ยวต่างประเทศในคนไทย จากมาตรการฟรีวีซ่าและแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศราคาถูกที่เจาะคนไทยต่อเนื่อง

สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงแรมในไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 72% ขณะที่ราคาห้องพักเติบโต 31% เมื่อเทียบกับปี 2566 (YoY) และเติบโต 8% เมื่อเทียบกับปี 2562 ช่วงก่อนเกิดโควิด

ในปี 2568 คาดว่าธุรกิจโรงแรมจะมีมีแนวโน้มเติบโตเล็กน้อย จากสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยที่กลับสู่ภาวะปกติ โดยอัตราเข้าพักเฉลี่ยของทั้งประเทศอยู่ที่ 74% และราคาห้องพักเพิ่มขึ้น 5% (YoY) ซึ่งเหนือกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด ที่มีอัตราการเข้าพักประมาณ 70% และมีอัตราเติบโตของราคาห้องพักเฉลี่ย 4%

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันสูง จากซัพพลายห้องพักที่ทยอยเปิดให้บริการ สะท้อนจากตัวเลขใบอนุญาตการก่อสร้างโรงแรม ระหว่างปี 2564 – 2566 มีจำนวนกว่า 5,600 อาคารทั่วประเทศ

ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภาคใต้โซนท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี รวมไปถึงจังหวัดท่องเที่ยวเจาะกลุ่มคนไทย เช่น น่าน เชียงราย จันทบุรี เป็นต้น

เบื้องต้น ตัวเลขการขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมทั่วประเทศ ช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค. – ก.ค.) ปี 2567 เพิ่มสูงถึง 1,200 อาคาร คิดเป็นการขยายตัว 38% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

ทำให้การแข่งขันเพิ่มขึ้น และอาจเกิดภาวะซัพพลายล้นของห้องพักโรงแรมในบางพื้นที่ ซึ่งจะกดดันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในอนาคต

และอาจทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้กลยุทธ์ด้านราคา ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาเฉลี่ยห้องพักตามไปด้วย

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ทำเลที่ตั้งและความสามารถในการปรับตัว โดยธุรกิจโรงแรมที่มีศักยภาพในการเติบโต ได้แก่

  1. กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ตระดับบน และระดับลักชัวรี่ที่รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มเดินทางมาไทยมากขึ้น
  2. กลุ่มโรงแรมที่ตั้งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและกรุงเทพฯ รวมถึงกลุ่มโรงแรมและที่พักที่ตั้งในเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่ภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
  3. กลุ่มโรงแรมที่สามารถปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เช่น นักท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียและ อิสราเอลที่มีโอกาสเดินทางมากขึ้นจากผลกระทบของภาวะสงคราม, กระแสการใส่ใจสุขภาพ ผ่านเทรนด์ Wellness tourism และการท่องเที่ยวแบบ Workation จากการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม Digital nomad เป็นต้น
]]>
1502212
2 “อาคารโบราณ” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะถูกเนรมิตใหม่เป็น “โรงแรม” สุดหรู https://positioningmag.com/1492020 Fri, 27 Sep 2024 06:46:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1492020
โปรเจ็กต์ที่น่าสนใจอีก 2 แห่งกำลังจะเกิดขึ้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านเจริญกรุง จากอาคารโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาตร์ จะถูกรีโนเวตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เป็น “โรงแรม” สุดหรู

แห่งแรกคือ “อาคารอีสต์เอเชียติก” อาคารอายุ 124 ปีที่เคยเป็นที่ทำการบริษัทเดินเรือขนส่งจากยุโรป ปัจจุบันเจ้าของโครงการคือ AWC ตระกูลสิริวัฒนภักดี กำลังจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นโรงแรม “เดอะ พลาซ่า แอทธินี โนบุ โฮเทล แอนด์ สปา แบงคอก”

อีกแห่งหนึ่งคือ “โรงภาษีร้อยชักสาม” อาคารอายุ 140 ปี อดีตศุลกสถานเก็บภาษีนำเข้าส่งออกสินค้า ปัจจุบันเจ้าของโครงการที่ได้สัมปทานคือ “แรบบิท​ โฮลดิ้งส์” (เครือบีทีเอส กรุ๊ป) จะเปลี่ยนอาคารมาเป็นโรงแรม “เดอะ แลงแฮม แบงคอก”

ทั้งสองอาคารจะมีการเก็บอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้ ซึ่งถือเป็นงานที่ยากและต้องใช้เวลา ความประณีตในการทำงานสูงมาก

คาดว่าเราจะได้เห็นทั้ง 2 อาคารกลับมาให้บริการได้ในปี 2569

#อาคารโบราณ #รีโนเวต #ปรุงปรุงอาคาร #โบราณสถาน #อาคารเก่า #เจริญกรุง #ริมน้ำ #PositioningOnline

]]>
1492020
โรงแรม “แกรนด์ ฟอร์จูนฯ” รีแบรนด์เป็น “อวานี รัชดา” เพิ่มน้ำหนักลูกค้า “จองตรง” – ดันรายได้โต 25-30% https://positioningmag.com/1491521 Tue, 24 Sep 2024 10:37:08 +0000 https://positioningmag.com/?p=1491521 แผนรีแบรนด์โรงแรม “แกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ” หัวมุมแยกรัชดาพระราม 9 เปลี่ยนเชนบริหารเป็น “อวานี รัชดา กรุงเทพฯ” เตรียมรีโนเวตส่วนล็อบบี้ ห้องพัก และห้องประชุม อัปเกรดเรตห้องพักให้สูงขึ้น พร้อมเพิ่มน้ำหนักดึงลูกค้า “จองตรง” หวังรายได้โต 25-30% ภายใน 3 ปีหลังรีแบรนด์เสร็จ

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 โรงแรม “แกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ” หัวมุมแยกรัชดา-พระราม 9 ได้เปลี่ยนชื่อและเชนบริหารอย่างเป็นทางการเป็น “อวานี รัชดา กรุงเทพฯ” เริ่มต้นบทใหม่ของโรงแรมที่อยู่มานานกว่า 30 ปีจนเป็นภาพจำของแยกนี้

แม้ว่าจะเปลี่ยนเชนบริหารเป็นอวานีในเครือ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” แต่เจ้าของโรงแรมไม่ได้เปลี่ยนมือ ยังคงเป็นอสังหาริมทรัพย์ในมือ “CP LAND” เช่นเดิม เพียงแต่ได้ทีมบริหารใหม่ที่จะใช้ความเชี่ยวชาญมาอัปเกรดโรงแรมให้ทำรายได้ได้ดีขึ้น

“ชิดชนก พศินพงศ์” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

“ชิดชนก พศินพงศ์” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า โรงแรมนี้ถือเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ มีห้องพักรวม 402 ห้อง และมีจุดเด่นคือทำเลยุทธศาสตร์ ติดสถานีรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เช่น จ๊อดแฟร์, RCA และอยู่ท่ามกลางแหล่งสำนักงาน ‘นิวซีบีดี’ ของกรุงเทพฯ

รวมถึงเจ้าของคือ CP LAND มีการบำรุงรักษาตึกเป็นอย่างดี รีโนเวตใหญ่รอบล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทำให้ภาพรวมเชื่อว่าการเข้ามาบริหารของไมเนอร์จะช่วยดันศักยภาพโรงแรมได้ไม่ยาก

อวานี รัชดา กรุงเทพฯ
ห้องพักในโรงแรม อวานี รัชดา กรุงเทพฯ

 

รีโนเวตให้เข้าธีม “อวานี” สนุกสดใสมากขึ้น

ชิดชนกกล่าวต่อว่า ขณะนี้ไมเนอร์ร่วมกับ CP LAND กำลังเคาะแผนการรีโนเวตโรงแรมเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมี 4 ส่วนสำคัญที่จะมีการลงทุน ได้แก่

1.ล็อบบี้ – ปรับให้สนุกสดใส ลุคแอนด์ฟีลเป็นสไตล์แบบ “อวานี” สามารถมานั่งเล่น จิบกาแฟ คุยงานกันได้

2.ห้องพัก – เฉพาะกลุ่มห้องพัก Deluxe Room (ห้องขนาดเริ่มต้น) จำนวน 231 ห้อง จะมีการปรับใหม่เป็นสไตล์อวานี

3.ห้องประชุม – มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องประชุมแบบยืดหยุ่น สามารถเปิดปิดกำแพงเพื่อเปลี่ยนขนาดห้องได้ง่าย

4.IT Systems – ปรับเปลี่ยนระบบหลังบ้าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในห้องพัก

ล็อบบี้โรงแรม อวานี รัชดา กรุงเทพฯ จะมีการรีโนเวตใหม่ให้เป็นสไตล์สนุกสดใสแบบอวานีมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ยังไม่สรุปงบประมาณการลงทุน แต่จะเริ่มที่การปรับล็อบบี้ก่อนในช่วงปลายปี 2567 ตามด้วยการทยอยรีโนเวตห้องพักช่วงไตรมาส 2-3 / 2568 แผนการรีโนเวตทั้งหมดจะเสร็จเรียบร้อยภายในปลายปี 2568 โดยไม่มีการปิดโรงแรม จะใช้วิธีแบ่งโซนปรับปรุงเป็นส่วนๆ

 

เพิ่มน้ำหนักลูกค้า “จองตรง” แต่ไม่ทิ้ง “กรุ๊ปทัวร์”

ด้านกลุ่มลูกค้าของโรงแรมแห่งนี้ ชิดชนกอธิบายว่าแต่เดิมลูกค้า 30% เป็นกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยว 20% เป็นกรุ๊ปสัมมนา ประชุม ธุรกิจ (Corporate) 10% เป็นกลุ่มลูกเรือสายการบิน และมี 40% ที่เป็นลูกค้า “จองตรง” ผ่านเว็บไซต์โรงแรมหรือ OTA (Online Travel Agency)

ชิดชนกวางเป้าหมายว่า หลังรีแบรนด์เสร็จเรียบร้อยต้องการจะพลิกให้ลูกค้า 55% เป็นกลุ่มจองตรงด้วยตนเอง 10% กลุ่มลูกเรือสายการบินจะยังคงไว้ ส่วนที่เหลือ 35% เป็นลูกค้ากรุ๊ปทัวร์และกรุ๊ปสัมมนา แต่ถ้าเป็นไปได้ต้องการให้กรุ๊ปสัมมนามีมากกว่า เพราะปกติกรุ๊ปสัมมนาจะมีการใช้จ่ายอื่นๆ ครบวงจรกับโรงแรมด้วย เช่น ห้องประชุม จัดเลี้ยงอาหาร ซึ่งทำให้โรงแรมได้ยอดใช้จ่ายที่ดีกว่ากรุ๊ปท่องเที่ยว

อวานี รัชดา
ห้องประชุมสัมมนา

“กรุ๊ปทัวร์ยังสำคัญและต้องมี เพราะโรงแรมเราใหญ่ถึง 402 ห้อง ยังต้องรับคณะทัวร์ และต้องดึงลูกค้าสายการบินไว้ให้ได้” ชิดชนกกล่าว “แต่ที่ต้องเพิ่มลูกค้าจองตรงเพราะทำรายได้ค่าห้องได้ดีกว่า และเป็นเทรนด์คนยุคใหม่จะหันมาเที่ยวเองมากขึ้น ถ้าเราไม่ทำตลาดไว้ก่อนก็จะไม่ได้ลูกค้าส่วนนี้”

 

กระจายสัญชาติลูกค้า ขอดึง “ยุโรป” เข้าพักเพิ่ม

นอกจากช่องทางการจองแล้ว โรงแรมยังต้องการจะดึงสัญชาติลูกค้าให้หลากหลาย เนื่องจากปัจจุบันลูกค้า 15% เป็นคนไทย 85% เป็นต่างชาติ ซึ่งชาติหลักที่มาเกิน 60% ของลูกค้าทั้งหมดคือคนจีน ฮ่องกง และไต้หวัน

บรรยากาศสระว่ายน้ำ

หลังจากนี้เชื่อว่าแบรนด์ “อวานี” จะเป็นจุดดึงดูดทำให้ลูกค้ากลุ่ม “ยุโรป” เข้ามามากขึ้น เพราะแบรนด์เป็นที่รู้จักและเครือข่ายไมเนอร์มีสมาชิกจากทั่วโลก จากเดิมกลุ่มยุโรปมีเพียง 10% น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ได้

รวมถึงอีกกลุ่มลูกค้าที่เล็งตลาดไว้คือการเจาะเข้าไปในกลุ่ม “ตะวันออกกลาง” ซึ่งจะเป็นการทำตลาดใหม่ในโซนรัชดาฯ ดึงลูกค้าออกจากโซนสุขุมวิท-นานา

ชิดชนกกล่าวสรุปว่า เป้าระยะสั้นในช่วงไฮซีซัน 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ อวานี รัชดา กรุงเทพฯ จะเพิ่มอัตราเข้าพักเป็น 85% ขึ้นไป ส่วนเป้าระยะยาวหลังรีแบรนด์เสร็จแล้ว 3 ปี หวังเพิ่มรายได้รวมของโรงแรมขึ้น 25-30% จากการเพิ่มอัตราราคาเฉลี่ยรายวัน (ADR) และการเพิ่มรายได้จากบริการจัดเลี้ยง-ห้องประชุมดังกล่าว

“ตอนนี้ที่อยากให้เกิดขึ้นคือ ทำให้คนจดจำได้ว่าโรงแรมตรงนี้ แยกนี้ เปลี่ยนเป็น อวานี รัชดา กรุงเทพฯแล้ว” ชิดชนกกล่าว

]]>
1491521