Tag: Exclusive
กรณ์ จาติกวณิช มุมใหม่ประชาธิปัตย์
หากเปรียบ “กรณ์ จาติกวณิช” เจ้าของ ฉายา “หล่อโย่ง” จัดเป็นProduct ชั้นดีของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ที่มีความโดดเด่นในเรื่อง ความรู้ทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งการศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นดี และประสบการณ์ด้านการทำงาน เขาเคยได้ชื่อว่า มนุษย์ทองคำที่รุ่งเรืองที่สุด เคยเป็นผู้ก่อตั้งไฟแนนซ์ ที่ประสบความสำเร็จที่สุด และเมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง กรณ์ก็สามารถใช้ประสบการณ์เหล่านี้ สร้างให้ส่วนผสมที่ลงตัวบนเส้นทาง เปิดใจ พลิกมุมใหม่ให้พรรค เจ้าของความสูง...
ยุบพรรคการเมือง !!! จุดเปลี่ยนประเทศไทย
อนาคตการเมืองไทยของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคไทยรักไทย ที่จะกลายเป็นเพียงแค่ “ตำนาน” ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย หรือไม่ วันที่ 30 พฤษภาคม 2550 รู้ผล เป็นเส้นตายที่คณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญ หรือ คตส. จะต้องตัดสินให้ยุบพรรคการเมืองทั้ง 12 พรรค โดยมี 2 พรรคที่เป็นตัวแปรสำคัญ คือ พรรคไทยรักไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความที่ทั้งสองพรรคเคยมีที่นั่ง...
ผลกระทบจากการตัดสินคดียุบพรรคการเมือง
ผลการตัดสินไม่ยุบผลกระทบที่เกิดขึ้น 1. รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีโอกาสผ่านประชามติโดยพรรคการเมืองสนับสนุนเต็มที่ 2. มีโอกาสเกิดการเลือกตั้งขึ้นได้ตามกำหนด 3. วิกฤตทางการเมืองจะผ่อนคลายลง 4. คำถามเกิดขึ้นกับกระบวนการลงโทษ นักการเมืองที่ทำผิด ยุบ (โดยกรรมการบริหารพรรคห้ามไปบริหารพรรคใหม่ แต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.)ผลกระทบที่เกิดขึ้น 1. คณะกรรมการบริหารมีโอกาสเล่นการเมืองต่อ 2. สมาชิกอื่นของพรรคไปจดทะเบียนพรรคในชื่อเดิมได้ 3. กกต. ในอนาคตต้องตีความคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. มากขึ้น ...
ประชาธิปัตย์ Classic Brand
“พรรคประชาธิปัตย์” ผ่านเส้นทางการเมืองมายาวนานถึง 61 ปี มีเรื่องราวเข้มข้น ทั้งเคยเฟื่องฟู และตกต่ำ จนถือเป็นตำนานบทหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถ้าเปรียบเป็นสินค้า ก็ถือเป็นแบรนด์เก่าแก่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ผ่านมรสุมลูกแล้วลูกเล่า จนมาสู่การเริ่มรีแบรนด์อย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2548 และเวลานี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเดินแผนต่ออีกครั้ง อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และกระแสการยุบพรรค นับเป็นความท้าทายของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะทำอย่างไรให้พรรคย่างก้าวขึ้นสู่ปีที่ 62 เป็นแบรนด์พรรคการเมืองที่ทันยุคสมัย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องหาคำตอบ เพราะไม่ว่าตุลาการรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร “พรรคประชาธิปัตย์”...
ตามรอย คลาสสิก “แบรนด์” “ประชาธิปัตย์”
มีคำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเสมอ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ “พรรคประชาธิปัตย์” กลายเป็นชื่อพรรคการเมืองที่ถูกจดจำได้มากที่สุด และมีความเป็น “สถาบัน” มากที่สุด เมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งที่พรรคนี้ไม่มีเจ้าของที่แท้จริง เปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาแล้วถึง 7 คนในช่วง 61 ปีที่ผ่านมา และเปลี่ยนสมาชิกมามากหน้าหลายตา ยิ่งไปกว่านั้นบทบาททางการเมืองของพรรคไม่ประสบ “ความสำเร็จ” เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องประสบกับ “ความล้มเหลว” ในบางยุคสมัย 61 ปีของความเป็นประชาธิปัตย์...
ตัวอย่างเหตุการณ์ตอกย้ำอุดมการณ์ประชาธิปัตย์
ธันวาคม 2533 –ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ในปี 2533 พรรคประชาธิปัตย์ได้สร้างความสนใจต่อพรรคอีกครั้ง หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในยุคที่ไม่มีบทบาทางการเมืองมากนัก โดยเป็นเพียง 1 ในพรรคร่วมรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เท่านั้น แต่ภายหลังเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ไม่นาน ในวันที่ 12 ธันวาคม 2533 พรรคประชาธิปัตย์ได้ขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของพลเอกชาติชาย โดยประกาศต่อสาธารณชนว่า เพราะไม่ต้องการให้เกิดสภาพเผด็จการรัฐสภา เนื่องจาก...
Pocket Book : สื่อ “Remind” ในยุคเปลี่ยนผ่าน
ตามหลักการตลาดแล้ว เป้าหมายของการใช้สื่อโฆษณาสินค้าตัวหนึ่ง ย่อมต้องสอดคล้องกับวงจรชีวิตของสินค้าตัวนั้นๆ เช่นสินค้าใหม่ต้องใช้โฆษณาให้คนรู้จักและรับรู้ (Awareness) แต่กับสินค้าที่พ้นช่วงโปรโมตไปแล้ว หรืออยู่ระหว่างรอขั้นตอนปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือออกรุ่นใหม่ๆ หากจะไม่โฆษณาบ้างเลยก็เสี่ยงที่ผู้บริโภคจะลืมลบออกจากใจไป เป้าหมายที่ใช้จึงต้องเป็น "Remind" คือการเตือนไม่ให้ลืมแบรนด์ไปเสียก่อน ระหว่างที่รอการ Re-brand หรือแคมเปญใหม่ๆ ในช่วงที่ คมช. ห้ามพรรคการเมืองจัดกิจกรรมหรือโฆษณาหาเสียงนี่เอง พรรคประชาธิปัตย์ใช้วิธีการออกพ็อกเกตบุ๊กส่วนตัวของนักการเมืองคนสำคัญๆ ในพรรค เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค...
“พรรคการเมืองก็ใช้การตลาดกันทั้งนั้น” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
“กลยุทธ์การตลาดในการเมือง” อาจเป็นข้อความ “แสลง” สำหรับนักการเมืองบางคนโดยเฉพาะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งมายาวนาน มีความแข็งแกร่งของชื่อเสียงความเป็นพรรคการเมืองเต็มรูปแบบ แต่ในเมื่อไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้ว่าปัจจุบันสินค้าและบริการ กระทั่งตัวบุคคล หรือแม้แต่พรรคการเมืองทั้งในและต่างประเทศต่างหนีไม่พ้นกระบวนการการทำการตลาด เพื่อให้ได้ยอดขาย หรือเพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุดในวันเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงบอกชัดเจนกับ POSITIONING ว่า “กลยุทธ์การตลาดในการเมือง” ไม่ได้เป็นสิ่งน่ารังเกียจ และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต่อต้าน เพียงแต่การนำมาใช้ต้องอยู่บนพื้นฐานของอุดมการณ์ทางการเมือง แน่นอนสิ่งที่ยืนยันนอกจากคำกล่าวของ “อภิสิทธิ์”...
ไทยรักไทย มาร์เก็ตติ้ง…สูตรสำเร็จสินค้าการเมือง
ได้ชื่อว่า “แจ้งเกิด”ในแวดวงการเมือง เพราะใช้เครื่องมือ “การตลาดทางการเมือง” เป็นคัมภีร์สร้างแบรนด์มาตั้งแต่ยุคก่อตั้งของอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร รณรงค์หาเสียง กระทั่งเป็นรัฐบาล 2 สมัย รวมเวลา 5 ปี มาวันนี้แบรนด์พรรคไทยรักไทย ยุคผู้นำคนใหม่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” มาถึง “จุดท้าทาย” ครั้งสำคัญกับความพยายาม “รีแบรนด์” ครั้งใหญ่...
คัมภีร์การตลาดทรท. ตามรอยแดนมะกัน-ถิ่นผู้ดี
คัมภีร์ “การตลาดทางการเมือง”(Political Marketing) ที่พรรคไทยรักไทยใช้สร้างตราสินค้าและโปรดักส์ทางการเมืองจนประสบความสำเร็จมาแล้วนั้น “ไม่ใช่เรื่องใหม่ ” เพราะโมเดลนี้คิดค้นโดยเจ้าของทฤษฎีชาวอเมริกันชื่อ “Bruce I. Newman” อีกทั้งยังถูกใช้อย่างแพร่หลายประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป มาแล้ว การใช้แนวคิดนี้ช่วยทำให้ “พรรคการเมือง นักการเมือง” เปรียบเหมือน “ผู้ผลิตสินค้า” ขณะที่ผู้เลือกตั้งเปรียบเสมือน “ลูกค้า” นโยบายของพรรค...





