Tag: Exclusive
“ตุลาชิน” ฐานกำลังไทยรักไทย
ในหลายๆ ขุมกำลังที่ทักษิณรวบรวมมาจัดตั้งไทยรักไทยในต้นทศวรรษ 2540 นับว่ากลุ่ม “คนเดือนตุลา” เป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญลำดับแรกๆ ทั้งในบทบาทการลงท้องที่วิจัยค้นหาความต้องการของคนในระดับ “รากหญ้า” และความเป็นเครือข่ายที่โยงได้ถึงทั้งแวดวงวิชาการ เอ็นจีโอ ธุรกิจ และการเมืองในทุกรูปแบบ "คนเดือนตุลา" เป็นชื่อฉายาที่ใช้เรียกคนรุ่น 48-60 ในปัจจุบัน ที่เคยมีบทบาททางการเมืองในยุค พ.ศ. 2516 ถึง 2519 โดยอาจแบ่งได้หลักๆ เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ...
ปั้นพรรคโตแบบ Takeover
นับจากวันก่อตั้งพรรคเพียง 7 ปี พรรคก่อตั้งใหม่อย่างไทยรักไทยชนะเลือกตั้งแบบที่จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในไทย หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จนอกจากการ "ดูด" นักเลือกตั้งมาเข้าพรรคจำนวนมากแล้ว ยังมีการ "ควบ" หรือ Takeover หรืออาจเรียกเป็น Merger & Acquisition ในภาษาอังกฤษธุรกิจตามแบบของ "ซีอีโอ" ทักษิณ ชินวัตร ย้อนไปก่อนก่อตั้งไทยรักไทย ทักษิณเคยเข้าไปเทกโอเวอร์พรรคพลังธรรมของ จำลอง ศรีเมือง...
รีแบรนด์ไทยรักไทย จุดเปลี่ยนบนวิกฤตผู้นำ
เมื่อแบรนด์พรรคไทยรักไทยต้องสะดุดกับวิกฤตปัญหาขาดผู้นำของพรรค เพราะปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และคอรัปชั่น จนนำไปสู่การยึดอำนาจ ทำให้ทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งพรรคต้องประกาศลาออกในที่สุด พรรคไทยรักไทยวันนี้เดินทางมาถึง “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” กับความพยามยาม “รีแบรนด์” ภายใต้รักษาการหัวหน้าพรรคคนใหม่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” ที่ต้องสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ให้ปราศจากภาพกลุ่มอำนาจเก่า พร้อม Positioningใหม่ เน้นแนวทางการเป็นพรรค “สถาบันการเมือง” Re-Positioning มุ่งเป็น “สถาบันการเมือง”...
ต่อยอดสื่อสาร IMC ไทยรักไทยยุคจาตุรนต์
นอกเหนือจากการรู้จักใช้ “กลยุทธ์การตลาดการเมือง” เป็นอย่างดีแล้ว พรรคไทยรักไทยภายใต้ผู้นำพรรค 2 ยุค ตั้งแต่ยุคทักษิณ ชินวัตร กระทั่งยุคจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรค ยัง “ช่ำชอง” ในเรื่องการใช้กลยุทธ์สื่อสารครบวงจร หรือที่เรียกกันว่า IMC : Integrated Marketing Communication โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่พรรคไทยรักไทยต้องเผชิญกับ “กฎเหล็กของ คมช.”...
จากไฮ-ทักษิณ ถึง แมนเชสเตอร์ซิตี้
แม้จะสูญเสียอำนาจทางการเมือง ต้องกลายเป็นอดีตนายกพลัดถิ่น แต่ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร และไทยรักไทย กลับไม่ได้เงียบหายไปด้วย ด้วยกลยุทธ์การช่วงชิงพื้นที่ข่าว เพื่อสร้างความจำ ในตัวแบรนด์ทักษิณและไทยรักไทยด้วยเครื่องมือต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ ทีวีดาวเทียม อีเวนต์ และการปล่อยข่าว ชั้นเชิงในการทำประชาสัมพันธ์ของทักษิณ ชินวัตร นั้นปรากฏให้เห็นตั้งแต่สมัยตั้งพรรคไทยรักไทย ตลอดจนช่วงที่เป็นรัฐบาลไม่เพียงแต่ยึดกุมพื้นที่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ยังสามารถสร้างกระแสข่าวใหม่เพื่อกลบกระแสข่าวด้านลบ ที่เป็นผลเสียให้กับรัฐบาลไทยรักไทยหลายครั้งหลายหน ไม่ว่าจะเป็นกรณีการซื้อทีมฟุตบอลสโมสร ลีเวอร์พูล...
ไฮ-คนไทย ไฮ-ทักษิณ
จากสินค้าที่เคยทุ่มงบโฆษณามหาศาล กลายเป็นสินค้าที่ถูกควบคุม ส่งผลให้ชะตากรรมของ ”สินค้าควบคุม” อย่างพรรคไทยรักไทยในยุค คมช. นี้ จึงต้องอาศัย “สื่อ” ทางเลือกที่ค่อนข้างเสรีและมาแรงอย่าง “เว็บไซต์” มาเป็นตัวกระตุ้นกระแสชื่อ “ไทยรักไทย” และ “ทักษิณ ชินวัตร” ยังคงอยู่ นอกจาก www.thairakthai.or.th เว็บไซต์หลักที่เปิดเผยและชัดเจนในการสื่อสารความเป็นแบรนด์แล้วยังมีเว็บไซต์ "เครือข่าย" อีกมากที่จดชื่อเว็บต่างๆ ออกไป โดยมีเว็บที่สามารถสร้างกระแสและเป็น...
PTV “แยกกันเดิน รวมกันตี ?”
ในทางการตลาด บางครั้งบางแคมเปญก็ไม่อาจจะยิงออกไปในชื่อเจ้าของแบรนด์เองได้ อาจต้องตั้งหน่วยงานพิเศษ หรือยืมชื่อ "คนนอก" มารณรงค์โฆษณาประชาสัมพันธ์แทน เพื่อมุ่งสร้าง “Word Of Mouth” หรือกระแส "ปากต่อปาก" ที่มีน้ำหนักมากกว่า ในการสงคราม หลายครั้งกลยุทธ์ "แยกกันเดิน รวมกันตี" ก็ถูกนำมาใช้ในภาวะที่กองทัพหนึ่งกำลังตกที่นั่งที่ยังไม่อาจชูธงของกองทัพตัวเองได้สะดวกนัก จำต้องแยกกองกำลังออกเป็นหลายสาย ชูธงอื่นไปก่อน แต่ก็บุกโจมตีเป้าหมายเดียวกัน ในวันนี้พรรคไทยรักไทยก็ตกอยู่ในสภาพคล้ายกองทัพนั้นที่ต้อง "แยกกันเดิน" และเป้าหมาย...
พรรคชาติไทยจาก “รถอีแต๋น” มาสู่ “รถญี่ปุ่น”
ถ้าแบรนด์ของพรรคไทยรักไทย และประชาธิปัตย์เปรียบเหมือนรถยนต์ขายดี เหมือนเช่นรถยี่ห้อโตโยต้า และฮอนด้า พรรคชาติไทยยุคใหม่ในวันนี้ ก็อาจเป็นเพียงรถยี่ห้อมาสด้า ซึ่งแม้ไม่ใช่รถหวือหวา ขายดี หากจะอาศัยจังหวะเวลาช่วงนี้ขยายตลาด เผื่อคนเบื่อรถโตโยต้า และฮอนด้า จะหันมานิยมขับเคลื่อนของชาติไทย ยุคขุนศึกนายทุน สามสิบกว่าปีนับตั้งแต่การก่อตั้งพรรคชาติไทยเมื่อปี 2517 โดยมีพลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยคนแรก ภาพที่เห็นเด่นชัด คือ ชาติไทยในขณะนั้นถือเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มี Positioning ของระบบ “ขุนศึกนายทุน”...
พรรคมหาชน…ไม่ใช่ทางเลือกใหม่
ครั้งหนึ่งพรรคมหาชนเคยตั้งเป้าหมายว่า อยากจะเป็นแบรนด์สินค้าชนิดใหม่ต่อการตัดสินใจของประชาชนได้เลือกใช้สินค้าใหม่ๆ แต่สุดท้ายตลาดผู้บริโภคกลับไม่ยอมรับ เมื่อผู้ผลิตยังเป็นคนหน้าเดิม มีวิธีสร้างสินค้าแบบเดิมๆ แม้ผู้ผลิตจะพยายามปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ ดึงบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือทางนักวิชาการมาช่วยเป็นผู้นำก็ตาม ทุกอย่างก็ช่วยสร้างพรรคนี้ไม่ได้ หากวันนี้ของ “มหาชน” คงเป็นเพียงพรรคเล็กๆ ที่อาศัยเพียงเวลาและจังหวะทางการเมืองเติบโตในยามที่คนเบื่อพรรคใหญ่เท่านั้น พรรคมหาชน ถูกวางโพสิชันนิ่งตั้งแต่ก่อตั้งพรรคเมื่อปี 2547 ว่า ต้องการเป็นพรรคทางเลือกใหม่ของประชาชน หรือพรรคทางเลือกที่สาม ต่อจากพรรคไทยรักไทยและประชาธิปัตย์ โดยมีพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ เป็นแกนนำในการจัดตั้ง...
“มัชฌิมา” เหล้าเก่าในขวดใหม่
“มัชฌิมา” กลุ่มการเมืองใหม่ ภายใต้การนำนักการเมืองหน้าเก่า “สมศักดิ์ เทพสุทิน” อดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทย ที่นำเรื่องของการ “แบรนดิ้ง” มาใช้ ตั้งแต่การเลือกชื่อที่มีความหมาย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ทางการเมือง แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากกว่านั้น กลับถูกมองว่าเป็นเป็นเพียงร่างทรงพรรคไทยรักไทย ถ้าเปรียบเป็นสินค้าแล้ว ก็เป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่ อันเป็นที่มาของการรีแบรนดิ้ง ตั้งแต่หัวจรดเท้า “กลุ่มการเมืองไทยส่วนใหญ่มักจะใช้ชื่อที่ไม่ได้มีความหมายเชิงทฤษฎีหรือปรัชญา ดังนั้นการที่กลุ่มมัชฌิมาซึ่งต่อไปคงจะกลายเป็นพรรคการเมือง เลือกชื่อที่มีความหมายเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจว่า ต่อไปการเสนอนโยบายของพรรคนี้จะเป็นไปในทางสายกลางหรือไม่ ที่สำคัญก็คือ...







