Saturday, April 11, 2026
Home Blog Page 9423
แม้จะสูญเสียอำนาจทางการเมือง ต้องกลายเป็นอดีตนายกพลัดถิ่น แต่ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร และไทยรักไทย กลับไม่ได้เงียบหายไปด้วย ด้วยกลยุทธ์การช่วงชิงพื้นที่ข่าว เพื่อสร้างความจำ ในตัวแบรนด์ทักษิณและไทยรักไทยด้วยเครื่องมือต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ ทีวีดาวเทียม อีเวนต์ และการปล่อยข่าว ชั้นเชิงในการทำประชาสัมพันธ์ของทักษิณ ชินวัตร นั้นปรากฏให้เห็นตั้งแต่สมัยตั้งพรรคไทยรักไทย ตลอดจนช่วงที่เป็นรัฐบาลไม่เพียงแต่ยึดกุมพื้นที่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ยังสามารถสร้างกระแสข่าวใหม่เพื่อกลบกระแสข่าวด้านลบ ที่เป็นผลเสียให้กับรัฐบาลไทยรักไทยหลายครั้งหลายหน ไม่ว่าจะเป็นกรณีการซื้อทีมฟุตบอลสโมสร ลีเวอร์พูล และการซื้อทีมฟุตบอลสโมสรฟูแล่ม ซึ่งผลการเจรจาไม่ได้คืบหน้า แต่สามารถกลบข่าวปัญหาภาคใต้ที่ร้อนระอุ และปัญหาเศรษฐกิจที่เริ่มก่อตัวจากนโยบายประชานิยมที่เริ่มไม่เห็นผล เพราะทำให้ประชาชนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น เมื่อต้องประสบปัญหาทางการเมือง โดนยึดอำนาจการปกครอง จนทำให้ทักษิณ ชินวัตร ต้องระเห็จไปอยู่ต่างประเทศ และเป็นช่วงขาลงของพรรคไทยรักไทย ต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ลดกิจกรรมทางการเมืองลง ...
นอกเหนือจากการรู้จักใช้ “กลยุทธ์การตลาดการเมือง” เป็นอย่างดีแล้ว พรรคไทยรักไทยภายใต้ผู้นำพรรค 2 ยุค ตั้งแต่ยุคทักษิณ ชินวัตร กระทั่งยุคจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรค ยัง “ช่ำชอง” ในเรื่องการใช้กลยุทธ์สื่อสารครบวงจร หรือที่เรียกกันว่า IMC : Integrated Marketing Communication โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่พรรคไทยรักไทยต้องเผชิญกับ “กฎเหล็กของ คมช.” ที่ห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว หรือทำกิจกรรมทางการเมือง นับตั้งแต่การปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 แมสมีเดีย ...จดจำแบรนด์ แม้การเคลื่อนไหวทางการเมืองจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ข่าวพรรคไทยรักไทย ยังปรากฏต่อ “สื่อแมส ” (Mass Media)...
เมื่อแบรนด์พรรคไทยรักไทยต้องสะดุดกับวิกฤตปัญหาขาดผู้นำของพรรค เพราะปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และคอรัปชั่น จนนำไปสู่การยึดอำนาจ ทำให้ทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งพรรคต้องประกาศลาออกในที่สุด พรรคไทยรักไทยวันนี้เดินทางมาถึง “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” กับความพยามยาม “รีแบรนด์” ภายใต้รักษาการหัวหน้าพรรคคนใหม่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” ที่ต้องสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ให้ปราศจากภาพกลุ่มอำนาจเก่า พร้อม Positioningใหม่ เน้นแนวทางการเป็นพรรค “สถาบันการเมือง” Re-Positioning มุ่งเป็น “สถาบันการเมือง” หลังจาก “จาตุรนต์ ฉายแสง” ประกาศรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ สโลแกนของพรรคไทยรักไทยถูกเปลี่ยนเป็น “สมานฉันท์ ยึดมั่นประชาธิปไตย ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับคืนมา” เพื่อ “ตอกย้ำ”จุดยืนของพรรค ไทยรักไทยยุคใหม่ และสะท้อนความเป็นมิตรกับพรรคการเมืองทุกพรรค และกรุยทางให้นโยบายที่พรรคนำมาเสนอขายดำเนินต่อไปได้ ...
นับจากวันก่อตั้งพรรคเพียง 7 ปี พรรคก่อตั้งใหม่อย่างไทยรักไทยชนะเลือกตั้งแบบที่จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในไทย หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จนอกจากการ "ดูด" นักเลือกตั้งมาเข้าพรรคจำนวนมากแล้ว ยังมีการ "ควบ" หรือ Takeover หรืออาจเรียกเป็น Merger & Acquisition ในภาษาอังกฤษธุรกิจตามแบบของ "ซีอีโอ" ทักษิณ ชินวัตร ย้อนไปก่อนก่อตั้งไทยรักไทย ทักษิณเคยเข้าไปเทกโอเวอร์พรรคพลังธรรมของ จำลอง ศรีเมือง ในปี 2538 แล้ว “Rebrand” พรรคพลังธรรมจากภาพ "สมถะ” กลายเป็น "ทุนนิยม” และ “ไฮเทค” ทันที และด้วยช่องทางและสินทรัพย์ทางการเมืองของพลังธรรม ทักษิณพาตัวเองไปนั่งเก้าอี้ทั้งรัฐมนตรีฯต่างประเทศ ตามด้วยรองนายกฯ ในโควต้าของพรรคพลังธรรม...
ในหลายๆ ขุมกำลังที่ทักษิณรวบรวมมาจัดตั้งไทยรักไทยในต้นทศวรรษ 2540 นับว่ากลุ่ม “คนเดือนตุลา” เป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญลำดับแรกๆ ทั้งในบทบาทการลงท้องที่วิจัยค้นหาความต้องการของคนในระดับ “รากหญ้า” และความเป็นเครือข่ายที่โยงได้ถึงทั้งแวดวงวิชาการ เอ็นจีโอ ธุรกิจ และการเมืองในทุกรูปแบบ "คนเดือนตุลา" เป็นชื่อฉายาที่ใช้เรียกคนรุ่น 48-60 ในปัจจุบัน ที่เคยมีบทบาททางการเมืองในยุค พ.ศ. 2516 ถึง 2519 โดยอาจแบ่งได้หลักๆ เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่มีบทบาทในช่วงเหตุการณ์เรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เช่น เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, ธีรยุทธ บุญมี เป็นต้น ส่วนกลุ่มหลังเป็นคลื่นรุ่นต่อมาที่มีบทบาทสูงหลังจากนั้น คือช่วงปี 2518-2519...
คัมภีร์ “การตลาดทางการเมือง”(Political Marketing) ที่พรรคไทยรักไทยใช้สร้างตราสินค้าและโปรดักส์ทางการเมืองจนประสบความสำเร็จมาแล้วนั้น “ไม่ใช่เรื่องใหม่ ” เพราะโมเดลนี้คิดค้นโดยเจ้าของทฤษฎีชาวอเมริกันชื่อ “Bruce I. Newman” อีกทั้งยังถูกใช้อย่างแพร่หลายประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป มาแล้ว การใช้แนวคิดนี้ช่วยทำให้ “พรรคการเมือง นักการเมือง” เปรียบเหมือน “ผู้ผลิตสินค้า” ขณะที่ผู้เลือกตั้งเปรียบเสมือน “ลูกค้า” นโยบายของพรรค จัดเป็น Product ที่สามารถสร้างจุดขายให้กับสินค้าได้ กลุ่มผู้เลือกตั้ง หรือกลุ่มเป้าหมายทางการเมือง ถูกจัดแบ่งเป็นย่อยๆ ตามกลยุทธ์การตลาด (Marketing Segmentation) ขณะที่พรรคการเมือง-คนในพรรค ก็มีการวางตำแหน่งพรรค Positioning เช่นเดียวกันสินค้า...
ได้ชื่อว่า “แจ้งเกิด”ในแวดวงการเมือง เพราะใช้เครื่องมือ “การตลาดทางการเมือง” เป็นคัมภีร์สร้างแบรนด์มาตั้งแต่ยุคก่อตั้งของอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร รณรงค์หาเสียง กระทั่งเป็นรัฐบาล 2 สมัย รวมเวลา 5 ปี มาวันนี้แบรนด์พรรคไทยรักไทย ยุคผู้นำคนใหม่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” มาถึง “จุดท้าทาย” ครั้งสำคัญกับความพยายาม “รีแบรนด์” ครั้งใหญ่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อแบรนด์เผชิญวิกฤติรอบด้าน ทั้ง “ คนและพรรค” ที่มาจากตัวอดีตผู้นำพรรค ทักษิณ ชินวัตร มีมลทินเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลการตัดสิน...
“กลยุทธ์การตลาดในการเมือง” อาจเป็นข้อความ “แสลง” สำหรับนักการเมืองบางคนโดยเฉพาะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งมายาวนาน มีความแข็งแกร่งของชื่อเสียงความเป็นพรรคการเมืองเต็มรูปแบบ แต่ในเมื่อไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้ว่าปัจจุบันสินค้าและบริการ กระทั่งตัวบุคคล หรือแม้แต่พรรคการเมืองทั้งในและต่างประเทศต่างหนีไม่พ้นกระบวนการการทำการตลาด เพื่อให้ได้ยอดขาย หรือเพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุดในวันเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงบอกชัดเจนกับ POSITIONING ว่า “กลยุทธ์การตลาดในการเมือง” ไม่ได้เป็นสิ่งน่ารังเกียจ และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต่อต้าน เพียงแต่การนำมาใช้ต้องอยู่บนพื้นฐานของอุดมการณ์ทางการเมือง แน่นอนสิ่งที่ยืนยันนอกจากคำกล่าวของ “อภิสิทธิ์” คือสาธารณชนได้เห็นและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้นนับตั้งแต่ปี 2548 อันเกิดจากการใช้ “การตลาด” ที่เห็นชัดเจนว่าครบวงจร แบบ 360 องศา เป็นส่วนขับเคลื่อนอย่างน่าจับตา ความเข้าใจกลยุทธ์ทางการตลาด และความมีอุดมการณ์อันแรงกล้าทางการเมือง ทำให้นัก “การเมืองอาชีพ”อย่าง...
ตามหลักการตลาดแล้ว เป้าหมายของการใช้สื่อโฆษณาสินค้าตัวหนึ่ง ย่อมต้องสอดคล้องกับวงจรชีวิตของสินค้าตัวนั้นๆ เช่นสินค้าใหม่ต้องใช้โฆษณาให้คนรู้จักและรับรู้ (Awareness) แต่กับสินค้าที่พ้นช่วงโปรโมตไปแล้ว หรืออยู่ระหว่างรอขั้นตอนปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือออกรุ่นใหม่ๆ หากจะไม่โฆษณาบ้างเลยก็เสี่ยงที่ผู้บริโภคจะลืมลบออกจากใจไป เป้าหมายที่ใช้จึงต้องเป็น "Remind" คือการเตือนไม่ให้ลืมแบรนด์ไปเสียก่อน ระหว่างที่รอการ Re-brand หรือแคมเปญใหม่ๆ ในช่วงที่ คมช. ห้ามพรรคการเมืองจัดกิจกรรมหรือโฆษณาหาเสียงนี่เอง พรรคประชาธิปัตย์ใช้วิธีการออกพ็อกเกตบุ๊กส่วนตัวของนักการเมืองคนสำคัญๆ ในพรรค เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และถาวร เสนเนียม หนังสือสองเล่มที่ออกห่างกันไม่กี่เดือนของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “การเมืองไทยหลังรัฐประหาร” กับ “เขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรไม่ให้ถูกฉีก” เป็นการรวมบทความของอภิสิทธิในเว็บ abhisit.org โดยที่เล่มแรกมีงานเปิดตัวแจกลายเซ็นที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ส่วนเล่มหลังที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติด้วยผู้ฟังหลายร้อย ...
ธันวาคม 2533 –ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ในปี 2533 พรรคประชาธิปัตย์ได้สร้างความสนใจต่อพรรคอีกครั้ง หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในยุคที่ไม่มีบทบาทางการเมืองมากนัก โดยเป็นเพียง 1 ในพรรคร่วมรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เท่านั้น แต่ภายหลังเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ไม่นาน ในวันที่ 12 ธันวาคม 2533 พรรคประชาธิปัตย์ได้ขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของพลเอกชาติชาย โดยประกาศต่อสาธารณชนว่า เพราะไม่ต้องการให้เกิดสภาพเผด็จการรัฐสภา เนื่องจาก ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านหลายเท่าตัว ทำให้ยากต่อการตรวจสอบรัฐบาลผ่านกระบวนการทางสภาฯ พฤษภาคม 2535-ร่วมต้านเผด็จการb> การตัดสินใจที่สำคัญในวันที่ 12 ธันวาคม 2533 และพลิกบทบาทให้ประชาธิปัตย์ไม่มีภาพความเกี่ยวเนื่องกับ “บุฟเฟต์ คาบิเนต” ของรัฐบาลพลเอกชาติชาย ที่ถูกรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือรสช....