Saturday, April 25, 2026
Home Blog Page 8503
มองผ่านจากห้องนักบิน (Cockpit) ท้องฟ้าที่มืดมิด มีเพียงเรดาร์นำทางเพื่อนำเครื่องบินสู่จุดหมายปลายทาง ซึ่งไม่ว่าจะใกล้หรือไกล “กัปตัน” ก็สามารถรู้ระยะทางและเวลาถึงสนามบินข้างหน้าได้อย่างแม่นยำ เพราะวางแผนการบินอย่างดี แต่เส้นทางอาชีพวันนี้ กำลังเปลี่ยนไป ยากที่จะคาดเดาว่าท้องฟ้าที่มืดมิดจะมีเมฆฝน และหลุมอากาศหนักเพียงใด เพราะธุรกิจการบินกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำมันจนต้นทุนสูง กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของชีวิตนักบิน “นักบิน” โดยเฉพาะนักบินที่หนึ่งที่เรียกว่า “กัปตัน” คือกลุ่มอาชีพที่น่าอิจฉา เพราะทั้งเท่ ดูดี และมีรายได้สูง และทุกครั้งที่มีการสำรวจถึงอาชีพในฝัน “นักบิน” คืออาชีพแรกๆ ที่คนใฝ่ฝัน แอร์ไลน์ชั้นนำ 100 สายการบินของโลก สายการบินที่จ่ายเงินเดือนโดยยังไม่รวมเบี้ยเลี้ยง ให้ “กัปตัน” สูงสุด คือฝรั่งเศส ประมาณ 1.1 ล้านบาทต่อเดือน รองลงมาคือญี่ปุ่น จ่าย 1...
“ลูกเรือจ๋า เลิกขนตู้เสื้อผ้าไปทำงานเถอะ” เพื่อต้องการให้ลูกเรือใช้กระเป๋าเดินทางใบเล็กแทนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ “สึนามิยังมีวันผ่านพ้นไป แต่วิกฤตน้ำมันไม่รู้จะผ่านไปเมื่อไหร่” เหล่านี้เป็นเพียงสารส่วนหนึ่งที่ส่งตรงไปยังลูกเรือของการบินไทย ที่ถูกติดตั้งอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือที่เรียกกันว่า OPC (Operation Center) เพื่อกระตุ้นให้เกิดสำนึกในการลดต้นทุนช่วยองค์กรที่กำลังย่ำแย่ ขณะที่สารจากผู้บริหารผ่านวิดีโอภายในองค์กรหรือ Hand-in-Hand ที่อัพเดตทุก 7 วัน ก็มีเนื้อหาเชิงกระตุ้นเตือนและขอความร่วมมือในการฝ่าวิกฤตมากขึ้น จากจำนวนลูกเรือการบินไทย 6,023 คน เมื่อเทียบกับพนักงานการบินไทยทั้งหมด 27,761 คน (ณ วันที่ 31 พ.ค. 2551) คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4...
แจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ถือเป็นลูกหม้อของการบินไทยโดยแท้จริง กว่า 31 ปีที่เธอทำงานภายใต้บริษัทแห่งนี้มาในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เธอย้อนความทรงจำ ประสบการณ์ที่มีมากว่า 3 ทศวรรษให้ฟังว่า เธอเริ่มทำงานตั้งแต่เดือนเมษายน 2520 และก้าวเข้ามาทำงานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยตั้งแต่ปี 2532 โดยมีแรงผลักดันมาจากกรณี “ไล่แอร์แก่ลงกราวด์” จากนั้นเธอเริ่ม “อิน” กับความอยุติธรรม และมีบทบาทในการพิทักษ์สิทธิ์ของพนักงานและองค์กรเรื่อยมา แม้เธอจะถูกการเมืองเล่นงานอย่างหนักในช่วงปี 2540-2545 จนทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากการทำหน้าที่ของสหภาพฯ แต่ในปี 2551 นี้เธอกลับมาอีกครั้งด้วยการชนะการเลือกตั้ง และเป็นประธานสหภาพฯ คนล่าสุด เรื่องราวมากมายในอดีตพรั่งพรูออกมาจากปากของเธออย่างแจ่มชัดประหนึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เด็กเส้น...ตราบาปของการบินไทย “เกลียดระบบอุปถัมภ์มาก เป็นระบบที่น่ารังเกียจ แต่เส้นสายที่นี่ก็เลิกไม่ได้ ต่อต้านมาตลอด...
แม้จะไม่อยากพูดถึง ”การเมือง” และ ”การทุจริต” ที่แทรกแซงหยั่งรากลึก จนเป็นปัญหาเรื้อรังในการบินไทยมานาน แต่ ”เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี“ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี ของการบินไทย ก็บอกได้อย่างเต็มที่ว่ามีผลงานชิ้นโบแดงตลอด 3 ปี ในตำแหน่ง คือ “การปราบทุจริต” แต่ยังมีหลายอย่างที่เขาตั้งใจจะทำโดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ในท้ายที่สุดก็ค้นพบว่ายังทำได้ไม่ดีดั่งใจ ซึ่งในฐานะดีดีตระหนักดีว่าเวลายิ่งผ่านไปมากเท่าไหร่ หากการบินไทยยังไม่ปรับตัว คือการเดินไปสู่สถานภาพที่ง่อนแง่นของการบินไทย โดยเฉพาะอย่างอย่างเมื่อเจอกับวิกฤตน้ำมันครั้งล่าสุด ในช่วงหลายเดือนมานี้ การบินไทยต้องเจอกับอะไรบ้าง ทำไมถึงต้องยอมเฉือนเนื้อ ยอมรับความหมดสภาพและ ”หยุดบิน” เส้นทางกรุงเทพ-นิวยอร์ก เพื่อแก้ไขปัญหาขาดทุน และอีกหลายเหตุผลกับสภาพ ”การบินไทย” ปัจจุบัน POSITIONING มีทุกคำตอบจาก...
ทำงาน ”การบินไทย” ทั้งหรูหรา ฟู่ฟ่า แถมยังได้ ”บินฟรี” โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในระดับ ”บิ๊ก” ตั้งแต่รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (Executive Vice President) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี จนไปถึงคณะกรรมการหรือบอร์ดบริษัท รวมไปถึงอดีตบอร์ด ที่แม้จะพ้นจากตำแหน่งไปนานแล้ว แต่ก็อยู่ในระดับ ”ผู้มีอุปการคุณ” ที่การบินไทยต้องให้ตั๋วราคาพิเศษ สำหรับที่การบินไทยแล้ว “ยิ่งบิ๊กยิ่งฟรีมาก” เมื่อเทียบกับพนักงานทั่วไปของการบินไทย ที่ได้สิทธิบินเพียงในประเทศและต่างประเทศปีละครั้งเท่านั้น ส่วนระดับบิ๊กไม่อั้น และบอร์ดไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แถมฟรีให้คนใกล้ชิด หรือหากเดินทางบ่อยกว่านั้นยังได้ส่วนลดในเปอร์เซ็นต์ที่สูง ซึ่งเป็นผลตอบแทนเพิ่มเติม แบบสิทธิพิเศษเหนือระดับ นอกเหนือจากเงินตอบแทนทั้งเงินเดือน โบนัส เบี้ยประชุมอีกจำนวนรวมหลักร้อยล้านบาทต่อปี บอร์ดการบินไทยได้สิทธิ์เดินทางไปต่างประเทศ และในประเทศ ด้วยบัตรโดยสารในที่นั่งชั้น(Class)...
“คุณคะ” เป็นแคมเปญโฆษณา Corporate Image ล่าสุดของการบินที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และได้รับการกล่าวขานถึงอย่างกว้างขวางทั้งแง่บวกและแง่ลบ เป็นหนึ่งในความพยายามของการบินไทยที่เกิดขึ้นภายหลังการเปลี่ยน “อายตนะ” (ดูล้อมกรอบ อายนตะ...เปลี่ยนเพื่ออะไร?) ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การบินไทยได้สร้าง “พันธสัญญา” การหยิบยกเอาสโลแกน “การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า” ที่มีมาหลายปีดีดักมากะเทาะให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าที่รักเท่าฟ้ารักอย่างไร (อ่านรายละเอียดในคอลัมน์ @vertising ฉบับกุมภาพันธ์ 2551) ด้านหนึ่ง ผู้โดยสารอาจมองว่าจะออกแคมเปญคุณคะมาทำไม เพราะเป็นพันธกิจอันยิ่งใหญ่ เพราะสุดท้ายแล้วอาจทำไม่ได้ดังที่บอก จะยิ่งส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาผู้บริโภคและอาจสร้างประสบการณ์ที่เลวร้ายไปมากกว่าเดิม จริงอยู่หลายคนอาจบอกว่าในเรื่องการบริการแบบ “Thai touch” นี่เป็น “จุดแข็ง” ของการบินไทย แต่เป็นจุดแข็งในมุมมองของใครกันแน่ล่ะ...
บินไป“กรุงเทพ-นิวยอร์ก” สำหรับเส้นทางบินตรงแบบนอนสต็อปไม่เกิน 17 ชั่วโมง ควรเป็น “จุดขาย” สร้างรายได้ให้ “การบินไทย” ตรงกันข้ามกลับเป็นจุดเริ่มต้นของ “สินบนเครื่องบิน” ทำให้การบินไทยถึงขั้น “โคม่า” ในปัจจุบัน 3 ปีอาจเป็นความทรงจำที่ดีของกัปตันและลูกเรือหลายคนที่ให้บริการผู้โดยสารในเที่ยวบินตรง TG 972 กรุงเทพ-นิวยอร์ก แต่หลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นมา TG 972 กลายเป็นประวัติศาสตร์ และเป็น 3 ปีที่สร้างบทเรียนทำให้ “จำปี” ช้ำหนัก เพราะตัวเลขขาดทุนมหาศาล จนการบินไทยหมดทางเลือกต้อง “หยุดบิน” ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 ที่สนามบินนานาชาติ...
คดีที่กำลังสร้างความหวั่นระทึกให้กับคนการบินไทยขณะนี้ ต้องยกให้คดีที่ถูกผู้ใช้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ 35 ราย ฟ้องอียู และศาลแพ่งอเมริกา ให้จ่ายค่าปรับ เพราะไปร่วมกับ 35 สายการบิน “ฮั้ว” ข้ามชาติกับค่าธรรมเนียมน้ำมัน และค่าธรรมเนียมเสี่ยงภัย งานนี้หากการบินไทยแพ้ มีหวัง “เจ๊ง” 2 เด้ง เพราะทั้งขาดทุน เงินสดในกระเป๋าเริ่มลดลงแล้ว ยังต้องจ่ายอีกเป็นหมื่นล้านบาท ในรายงานประจำปี 2550 ของการบินไทย ระบุถึงหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในภายหน้า จากกรณีที่การบินไทยถูกกลุ่มผู้ใช้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ 35 ราย ร่วมกันฟ้องร้องต่อศาลแพ่งนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 ว่าการบินไทยร่วมกับสายการบินอื่นรวม 38 สายการบิน กำหนดราคาค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อชดเชยค่าน้ำมัน (Fuel...
ต้นทุนหมื่นล้านต่อปี ที่การบินไทยต้องจ่ายให้กับการมีเครื่องบินถึง 10 แบบ 3 ยี่ห้อเครื่องยนต์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฝึกนักบินและลูกเรือ ตลอดจนการบำรุงรักษาเครื่องบินที่มีอยู่มากมาย เพราะนี่คือผลพวงจากปัญหาคอรัปชั่น ที่เป็นแผลเรื้อรังที่อาจทำให้การบินไทยต้องเจ๊งได้ง่ายๆ ...
“การบินไทย” เจ็บสาหัส ร่อนลงแรงอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2551 จนพนักงานอย่างน้อย 500 คน ต้องถูกจ้างออก เพราะผลขาดทุนเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แม้ในคำชี้แจงผลประกอบการต่อนักลงทุนจะระบุถึงสาเหตุหลักเพราะราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 73% และเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ที่คนเดินทางลดลง แต่ก็ถือเป็นผลประกอบการที่ลดลงอย่างน่าใจหาย แม้จะส่งสัญญาณมาตั้งแต่ไตรมาสแรกที่ทำกำไรได้เพียง 2,000 ล้านบาทแล้วเท่านั้นก็ตาม ขณะที่คู่แข่งตลอดกาลของการบินไทยอย่างสิงคโปร์แอร์ไลน์สไม่เจ็บหนัก และยังทำกำไรได้ถึงกว่า 6,000 ล้านบาท เกิดอะไรขึ้นกับการบินไทย สายการบินที่เคยเป็นคู่แข่งกับสิงคโปร์แอร์ไลน์สมาแบบสูสี แม้ทุกสายการบินจะได้รับผลกระทบจากน้ำมัน แต่ “การบินไทย” กำลังออกอาการสาหัสที่สุดในรอบ 48 ปี และชีวิตของ “คน” การบินไทยต้องเข้าสู่สภาพนางฟ้าตกสวรรค์...