Tuesday, April 7, 2026
Home Blog Page 8679
บรรยากาศที่ไปรษณีย์กลางบางรักคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทุกเพศทุกวัยที่พากันมาส่งโทรเลขเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2008 ซึ่งเป็นภาพที่ไม่คุ้นนัก และมันอาจไม่เกิดขึ้นถ้าวันนี้ไม่ใช่ “วันสุดท้ายของโทรเลข” “ถ้ามีคนส่งโทรเลขมากเท่านี้ทุกวัน เราคงไม่ต้องปิดบริการ” เสียงจากบนเวทีเสวนาในงานอำลา 133 ปี โทรเลขไทย บอกได้ถึงสาเหตุที่ต้องปิดตัว กลายเป็นเพียงบันทึกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ระบบการสื่อสารของไทย เช่นเดียวกับประเทศลาวที่ปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันโลกหมุนเร็วกว่าจังหวะการก้าวของโทรเลขอย่างมาก เทคโนโลยีพากันเคลื่อนไปข้างหน้า ทิ้งผู้ตาม (ไม่ทัน) อย่างโทรเลขไว้ข้างหลัง เพราะความไม่สะดวก ทั้งการเดินทางไปยังที่ทำการไปรษณีย์ และเสียค่าใช้จ่ายตามจำนวนตัวอักษร กว่า 2-3 วันผู้รับถึงจะได้ข้อความ ต่างกับ SMS และอีเมล ที่เพียงแค่เปิดเครื่อง พิมพ์ข้อความ กดส่ง สารก็ส่งถึงมือผู้รับ จนปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียงเดือนละ 100 ฉบับ คิดเป็นรายได้...
ถ้าใครไปเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์บนถนนข้าวสาร คงต้องเห็นป้ายผ้าโฆษณาโค้กสีแดง ติดอยู่ทั่วทั้งตั้งแต่หัวถนนจนท้ายถนนข้าวสาร ชนิดที่ไม่ให้คลาดสายตา ส่วนคู่แข่งอย่าง “เป๊ปซี่” ก็ไม่น้อยหน้า แม้จะไม่ได้เข้าพื้นที่ในซอยข้าวสารเหมือนกับโค้ก แต่ก็ไปใช้ซอยรามบุตรีที่อยู่ถัดจากซอยข้าวสารแค่ซอยเดียว แต่ถ้าอยากดูแบบแบรนด์ชนแบรนด์กันแบบจะจะ ก็ต้องเดินออกมาในย่านบางลำพู ที่จะเห็นทั้งสองค่ายแขวนป้ายผ้าโฆษณาประกบ เรียกได้ว่า สงครามแผ่นป้ายผ้าโฆษณาแบบไม่มีใครยอมใคร สำหรับโค้กนั้น กลยุทธ์หนึ่งที่โค้กไม่เคยละเลย คือการทำกิจกรรมการตลาดตามเทศกาล เช่นเทศกาลสงกรานต์ นอกจากถนนข้าวสาร ถนนข้าวเหนียว คูเมืองเชียงใหม่ เรียกว่าไม่ว่าจะไปสาดน้ำที่ไหน นักท่องเที่ยวและชาวไทยก็มีโอกาสได้เห็นธงโค้กแขวนเรียงแดงเป็นราว ทั้งที่ถนนข้าวสาร นั่นคือกลยุทธ์ที่ทำให้โค้กไม่เคยแก่ตามอายุ และทำให้โค้กยังคงเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดีเสมอ ด้วยการการเลือกทำกิจกรรมการตลาดที่เจาะเข้าไปในทุกๆ ที่ ที่คนรุ่นใหม่ไปรวมตัวกัน ไม่ว่าโลกของความจริง หรือโลกออนไลน์ โค้กยังเชื่อในกิจกรรมที่เป็นแหล่งรวมความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเกมฟุตบอล เชื่อหรือไม่ว่าโค้กเป็นออฟฟิศเชียลพาร์ตเนอร์ของฟุตบอลโลกที่ยาวนานที่สุด โดยเซ็นสัญญาที่จะสนับสนุนการแข่งขันตั้งแต่ปี 1978-2022 เพราะเชื่อมั่นว่าเงินกว่าหมื่นล้านเหรียญที่ต้องจ่ายไป...
“มีเครือข่าย 3 จี แล้ว ส่งภาพเสียงได้เร็วกว่าเดิม แต่ถ้าไม่มีคอนเทนต์ก็ไม่มีความหมาย” ซิคเว่ เบรคเก้ ซีอีโอดีแทค จึงสั่งลุย ควักงบ 100 ล้านบาท เทกโอเวอร์บริษัทผลิตคอนเทนต์ 3 แห่งในเวลาไม่กี่เดือน นี่คือสิ่งที่ “ซิคเว่” บอกว่าเป็นหนึ่งใน Strategic Move ของดีแทค ที่ตอนนี้แม้จะยังไม่มีใบอนุญาตเปิดให้บริการและวางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 จี การมี “คอนเทนต์” ทำให้ดีแทคพร้อมวิ่งเท่ากับเบอร์ 1 อย่างเอไอเอสที่ประกาศเปิดทดลองให้บริการเชิงพาณิชย์ไปแล้ว 3 บริษัทที่ดีแทคซื้อแล้ว คือ Paysabuy สำหรับระบบธุรกรรมทางการเงิน มูลค่า 39 ล้านบาท...
“การเข้ามาเป็นคนแรกของตลาด” หรือ First Mover กลายเป็นกลยุทธ์ประจำกายของเอไอเอสอย่างชัดเจน ตอกย้ำครั้งล่าสุดกับ “3GSM advance” หรือโทรศัพท์มือถือ 3G ที่แม้ลูกค้ากลุ่มหนึ่งอยากใช้ แต่เทคโนโลยียังมาไม่ถึงเมืองไทย เพราะติดขัดการเมืองและกฎระเบียบ เอไอเอส ก็ขอบอกกับลูกค้าก่อนใครว่าพร้อม “ความเป็นรายแรก” เคยทำให้เอไอเอสสำเร็จด้วยพรีเพด “วันทูคอล” เมื่อหลายปีก่อน วันนี้แม้ยอดไม่วิ่งฉิว แต่เบอร์ 2 อย่างดีแทค และเบอร์ 3 อย่างทรูมูฟก็ยังไล่ทำยอดไม่ทัน มาถึง 3GSM advance “สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล” หัวหน้าคณะผู้บริหาด้านการตลาด เอไอเอส บอกว่า แสดงให้เห็นว่าเอไอเอสพร้อมให้บริการฮัลโหล ภาพ ข้อมูล เสียง ผ่าน...
ภายใต้การขับเคลื่อนของผู้นำคนใหม่ “โคล้ด รัมเพลอร์ (Clode Rumpler)” ทิศทางการดำเนินธุรกิจของลอรีอัล (ประเทศไทย) กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้เด่นชัด ด้วยการส่งสัญญาณแรงเอาใจสาวรักสวยรักงามในตลาดแมส เขาเป็นชาวฝรั่งเศส เชี่ยวชาญ 3 ภาษา ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมัน เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด แทน ฌอง ฟิลิปป์ ชาร์ริเย่ร์ เมื่อกันยายนปีที่ผ่านมา ประสบการณ์ที่ร่วมงานกับลอรีอัลร่วม 13 ปี โคล้ดเตรียมเคลื่อนทัพรุกหนักในตลาด Consumer Product ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของตลาดผลิตภัณฑ์ความงามทั้งหมด...
คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ เริ่มส่งน้ำยาบ้วนปากคอลเกต พลักซ์ (Colgate PLAX) ลงตลาดมาแล้วหลายปีก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนใจอะไรกับส่วนแบ่งที่มีอยู่ในตลาดน้ำยาบ้วนปากแค่ 1% แต่เมื่อตลาดน้ำยาบ้วนปากมีอัตราเติบโตจากปีก่อนถึง 18% โดยมีมูลค่าตลาด 1,184 ล้านบาท และมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง คอลเกตจึงตัดสินใจเปิดแผนตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพปากขั้นที่ 3 ทันที โดยใช้งบการตลาดจำนวน 135 ล้านบาท สำหรับ Re-launch น้ำยาบ้วนปากคอลเกต พลักซ์ โดยตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 15-20% ขณะเดียวกันก็คาดว่ามูลค่าตลาดน้ำยาบ้วนปากน่าจะโตถึง 20% ในปีนี้ “คอลเกตมีการทำตลาด Oral Care อย่างเป็นระบบ เริ่มจาก 1-ให้ความรู้เรื่องยาสีฟัน 2-สอนการแปรงฟัน ตอนนี้ถึงเวลาที่จะทำขั้นที่...
หมดยุคของโรนัลด์ คลับ เพราะ “แมคโดนัลด์ คลับ” คือ CRM ใหม่ของแมคโดนัลด์ เปรี้ยวกว่า จากเดิมที่ให้แลกเฉพาะของพรีเมียม เปลี่ยนไปให้ส่วนลด 10% หลังพบว่า “ส่วนลด” เป็นโปรโมชั่นที่ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด แมคโดนัลด์ คลับ กำเนิดขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Young Adult และ Teen/Tween มากขึ้น จากเดิมบัตรโรนัลด์ คลับ เน้นหนักกลุ่ม Family with Kids ซึ่งเป็นสมาชิกกว่า 100,000 ราย นอกจากนี้ยังเป็นการขอบคุณลูกค้าในโอกาสที่แมคโดนัลด์ให้บริการในไทยมาเป็นระยะเวลา 23 ปี...
“ยูนิลีเวอร์” ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ในสังกัดไล่มาตั้งแต่ “ลักส์” เมื่อปีที่ผ่านมา ต่อเนื่องด้วย “ซันซิล” และล่าสุดกับ “พอนด์ส” โดยดึงเอา Emotional Marketing มาสื่อสารเพื่อความใกล้ชิดกับผู้บริโภค ขณะที่อีกด้านยังคงเน้นหนักในเรื่องนวัตกรรมควบคู่กันไป นับเป็นการปรับโฉมพอนด์สครั้งสำคัญแบบ Major Makeover ในประวัติศาสตร์ 150 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 700 ล้านบาท “Romance Realized” หรือความปรารถนาที่จะสัมผัสรักและความโรแมนติก เป็น Brand Positioning ใหม่ของพอนด์ส “ผิวสวยเป็นแรงบันดาลใจ ให้พบโอกาสความสุขแห่งรักแท้ มาผูกร้อยเรียงกับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดของพอนด์ส เพราะทุกช่วงวัยต้องการความรักและต้องการการดูแลผิวแตกต่างกัน” วรรณิภา ภักดีบุตร...
ใครๆ ก็ขายพรินเตอร์ตามร้านค้าได้ แต่ถ้ารุกตลาดด้วยการขยายช่องทางใหม่เข้าถึงลูกค้าตามร้านกาแฟ นาทีนี้มีแต่เอชพีเท่านั้นที่จับมือ “บ้านใร่กาแฟ” เป็นพันธมิตร หลังจากประกาศรุกตลาดสิ่งพิมพ์อย่างเข้มข้นด้วยกลยุทธ์ Print 2.0 และปั้นแคมเปญสากล “What do you have to say?” (“มีอะไรอีก...ที่คุณต้องการ”) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) ประเทศไทยใช้ “บ้านใร่กาแฟ” เป็นตัวอย่างของความสำเร็จของ SME ในการพิมพ์แบบดิจิตอล ในการโปรโมตผลิตภัณฑ์กลุ่ม OfficeJet ของเอชพีที่รองรับการใช้งานของตลาดกลุ่มนี้ เพื่อสร้างแรงหนุนให้ใช้โซลูชั่นการพิมพ์แบบดิจิตอลให้แพร่หลายยิ่งขึ้น เหตุผลในการเลือก “บ้านใร่กาแฟ” ในฐานะ “โมเดลแห่งความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจ SME” เคียงคู่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม OfficeJet ก็เพราะ...
“แคนนอนไทยตอนนี้ถือว่าตามหลังต่างประเทศอยู่ 1 ขั้น เพราะในต่างประเทศภาพของแบรนด์แคนนอนที่ผู้บริโภครับรู้คือแบรนด์ของธุรกิจภาพ (Imaging) ทั้งหมดแบบครบวงจร แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังมองว่าแคนนอนคือแบรนด์ของกล้องมากกว่าที่จะมองเป็นภาพของ Imaging ทั้งหมด” วรินทร์ ตันติพงศ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนคอนซูเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวถึงภาพการรับรู้ของแบรนด์แคนนอนโดยรวมในไทย ซึ่งเป็นหน้าที่เขาโดยตรงที่จะต้องผลักดันแบรนด์ให้ก้าวไปทัดเทียมกับแคนนอนในต่างประเทศ วรินทร์สร้างผลงานที่น่าประทับใจให้กับแคนนอนในช่วงที่ผ่านมา จากการเลือกใช้ พอลล่า เทลเลอร์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ จนประสบความสำเร็จทำให้ IXUS กลายเป็นซับแบรนด์ของกล้องคอมแพ็คที่ติดตลาดไม่แพ้ Power-Shot ที่นำหน้าไปก่อน และเป็นผลดีต่อแคนนอนโดยตรงเพราะราคา IXUS โดยเฉลี่ยสูงกว่า Power-Shot แต่ในเมื่อแคนนอนไม่ได้มีความหวังสูงสุดแค่ตลาดกล้อง ส่วนผสมการทำตลาดกล้องแคนนอนในปีนี้จึงถูกเพิ่มเติมด้วยผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นในลักษณะของโซลูชั่นการใช้งานที่ไปด้วยกันได้...